mÄmÄ n'JãY's profile❤:::::::::::::: mØtheriи...PhotosBlogListsMore ![]() | Help |
|
|
||||||||||||||||||||||||
|
น้องเจ .. ดาวซัลโวที่ร้านป้านงค์วันนี้เป็นอีกวันที่มะม๊าพาน้องเจออกตะลอนดูงานทัวร์กรุงเทพฯ แล้วก็ มะม๊าก็พาน้องเจแวะกินก๋วยเตี๋ยวหมูสับ แต่น้องเจเลือกที่จะกินเป็น ข้าวหมูอบที่ร้านป้านงค์แถวเรียบทางด่วนรามอินทรา ก่อนจะไปดูงานต่อ ที่ลาดพร้าว 90 น้องเจเจริญอาหารอย่างแรง อาจจะเป็นเพราะว่าหมูอบ ที่ร้านนี้เค้าทำรสชาติออกมามีกลิ่นเนย แนวฝรั่งหน่อย ๆ เป็นที่ถูกใจ ก็เลยทำให้กินข้าวได้หมดจานแบบไม่ต้องบังคับอะไรมากมาย ก่อนจะพาน้องเจไปล้างมือ ล้างหน้า แล้วก็ฉี่ให้เรียบร้อยก่อนเดินทางต่อ สายตามะม๊าไวอะไรจะขนาดนั้น เดินป๊ะเข้าให้กะ "ณัฐวุฒิ ไสยเกื้อ" (ซึ่งมีหน้าตาคล้าย ๆ กับเฮียตง พี่ชายของปะป๊าน้องเจ) และด้วยสมอง กะปาก (ที่ก็ไวไม่แพ้สายตา บวกกะความลืมตัว) หันไปบอกปะป๊าทันที "เฮ๊ย .. เสริมชัย ญาติมา" ก็เลยทำให้เสริมชัยกะณัฐวุฒิพยักหน้ายิ้มให้กัน ประหนึ่งว่า ... เสื้อแดงเจอเสื้อแดง แสดงออกถึงมิตรไมตรีด้วยรอยยิ้ม แล้วเราก็พาน้องเจไปทำธุระจนเสร็จเรียบร้อย น้องเจกลับมาที่โต๊ะ ด้วยความขาไม่อยู่สุข เตะถังขยะ (ว่างเปล่า) เปรี้ยงเข้าให้ ถังขยะนั้นกลิ้งไปโดนขาโต๊ะของคนที่นั่งข้าง ๆ ทั้งโต๊ะนั้นก็กรี๊ดกันซะเสียงดัง น้องเจหัวเราะชอบใจใหญ่ ... เสร็จแล้วก็เตะอีกรอบ ... ซัลโว ดังเปรี้ยงงงง ... หนักกว่าเดิมอีก รอบนี้ทำให้เฮียณัฐวุฒิหันมายิ้มให้น้องเจอีกครั้ง ซึ่งก็เหมือนกะครั้งแรก ที่น้องเจชอบใจ ทำให้น้องเจเตะอีกรอบ จนทำให้ครั้งนี้มะม๊าต้องตีขา แต่ก็ใคร ๆ ในร้านเห็นว่าน้องเจเป็นเด็ก (ร่าเริงมากมาย) หัวเราะตาม อย่างสนุกสนาน จากนั้นมะม๊าก็พูดขอโทษกะทุก ๆ คนที่อยู่แถวนั้น แล้วรีบจูงน้องเจออกจากร้าน เพราะเกรงว่าจากที่ทุก ๆ คนเอ็นดู จะกลายเป็นรำคาญไป ... คราวนี้มะม๊าไม่ได้พกกล้องไปด้วย ไม่งั้นจะให้น้องเจถ่ายรูปกะณัฐวุฒิ แล้วให้น้องเจร้องเพลง "รักคนเสื้อแดง" ให้ฟังซะกะหน่อย ... น้องเจไปร้องกะเต้น (ซะพลิ้ว) ต่อหน้าอาม่า ... "ผมรักคนเสื้อแดง .. แดง ... ทั่วแผ่นดิน ..." ทำให้อาม่าหัวเราะแล้วบอก กะน้องเจว่าไปร้องเสื้อแดงที่อื่นน๊า ร้านอาม่าเนี่ยไม่ใช่เสื้อแดง แต่น้องเจก็ยังร้องเพลงแหย่อาม่าอยู่บ่อย ๆ เพราะน้องเจ "เสื้อแดง" เซ็งอย่างแรง กะ เกาะเกร็ด วันนี้!วันนี้อุตส่าห์ปิดร้านหยุดพักผ่อนจากเทศกาลกินเจที่ผ่านมา เพราะเหนื่อยเหลือเกินกะงานเข้าที่ลูกค้าหลากหลายมาอุดหนุนที่ร้าน หลังจากที่เราตีรถออกจากชลบุรี ไปดูงานแถวนนทบุรี แล้วแวะแอมเวย์ ซื้อเสบียงและของใช้ส่วนตัว จากนั้นเราก็มุ่งหน้าไป "เกาะเกร็ด" (แบบงู ๆ ปลา ๆ) เพราะป้ายเล็กเหลือเกิน พอไปถึง ก็เลี้ยวไม่ถูกอีก ไม่มีป้ายอะไรให้เราเห็นเลย ชาวบ้านแถวนั้นบอกทางเราไป จริง ๆ คิดว่าการเที่ยววันนี้จะเป็นประสบการณ์ที่ดีสำหรับน้องเจ เราตื่นเต้นที่จะได้พาน้องเจข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาไปที่เกาะเกร็ดนะ น้องเจเองก็ตื่นเต้น (แอบปนกลัว) ที่จะได้ลงเรือครั้งแรกในชีวิต (ถึงแม้ว่าจะแค่ข้ามแม่น้ำก็เถอะ) พอข้ามเรือไปแล้ว .. หนักกว่าเดิมอีก ไม่มีอะไรเลย ไม่มีอะไรซักอย่าง ร้านค้าปิดสนิท เงียบมากมาย! (ไม่เห็นเหมือนเกาะเกร็ดที่เราเคยเห็นในทีวีแล้วอยากพาน้องเจมาเลย) เราก็คิดกันไปว่า สงสัยไม่ใช่เสาร์อาทิตย์ละมั้ง ถึงได้เงียบอย่างงี้ ในความคิดส่วนตัวเราเองนะ เค้าน่าจะเปิดทุกวัน (ไม่ใช่เพราะเรานะ) แต่เพื่อนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างประเทศเลยล่ะ ... พูดได้ว่าวันนี้ที่เราข้ามเรือไป ก็มีคนไม่น้อยเลยที่ข้ามเรือจะไปเที่ยว (เหมือนกะเรา) ตอนเราเดินกลับจะไปขึ้นเรือ ก็เจอผู้หญิงอีกคนพาฝรั่งไป (สงสัยเค้าจะเห็นเราตอนมา) เค้าถึงได้ทักเราว่าทำไมเรากลับเร็วจังเลย เราก็ได้แต่ยิ้มหน้าแหย ๆ แต่ไม่พูดอะไร ... จะให้พูดอะไรได้ละเนอะ ก็ขนาดเราเป็นคนไทย เรายังรู้สึกไม่ค่อยดีเลย ที่เสียเวลามา .... ร้อนก็ร้อน ร้านค้าปิดสนิท มีแต่ร้านขนมเล็ก ๆ ร้านขายน้ำอยู่ไม่กี่ร้าน (หิวก็หิว .. น้องเจก็ยังไม่ได้กินข้าวกลางวันเลย หาอะไรกินไม่มีซักอย่าง) หลังจากที่เรานั่งเรือกลับ ก็เลยพาน้องเจไปต่อที่เซ็นทรัล แจ้งวัฒนะ ก็ยังทำให้รู้สึกดีขึ้นมาบ้าง เพราะได้กินข้าวกลางวันแล้ว แอร์ก็เย็น ได้พาน้องเจไปดูสถาบันสอนภาษา ศิลปะ และพัฒนาการหลายแห่งเลย แต่ละที่ก็มีข้อดี ข้อเด่น แตกต่างกันไปตามแต่เทคนิคของสถาบัน มีอยู่ประมาณ 3 ที่ ที่เราเลือกแล้วว่าอยากให้น้องเจได้ไปทดลองเรียน ที่แรก (ไม่เปลี่ยนใจแน่นอน) ก็คือ I Can Read เป็นสถาบันสอนภาษา แบบ Phonics ที่น้องเจตอนนี้กะลังชอบหลังจากที่ดู Leap Frog พาไปดูสถานที่จริง ก็ตื่นตาตื่นใจกะห้องเรียน และห้องสมุดที่น้องเจชอบ สถาบันที่สอง คือ การเรียนปั้นแป้ง (ไม่บอกชื่อสถาบันดีกว่า) อันนี้น้องเจก็ดูตื่นเต้นดี ได้ไปเห็นพี่ ๆ ที่เค้าเรียนอยู่ปั้นเป็นรูปต่าง ๆ เห็นน้องเจยิ้มใหญ่เลย แอบบ่นนิดคือ คนที่ให้ข้อมูลเราดูค่อนข้างหวง สถานที่ ที่อื่นเค้ามีให้ทดลองเล่น เราก็ไม่ได้หวังหรอกว่าน้องเจจะได้ลอง แต่ว่าหวงโต๊ะ จับนู่นจับนี่ก็ไม่ได้ แล้วยังบอกไม่ให้น้องเจเสียงดังอีก คือเราก็ไม่เข้าใจว่าน้องเจไม่ได้เสียงดังอะไรมากมาย เด็กตื่นเต้นแค่นั้น ประมาณทำหน้าเหมือนรำคาญ เราก็เลยว่าจะลองให้น้องเจไปดูสถาบัน เดียวกัน แต่ที่สาขาฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต แทน สถาบันที่สาม (ที่เข้าตา) คือ KingMath สอนคณิตศาสตร์แนวเกาหลี แต่อันนี้สำหรับเด็กโต ป.1 - ป.6 ฟังแนวการสอนก็น่าสนุกดี แล้วก็มี ของเล่นให้ทดลองกับโจทย์ด้วย (เราเคยลองทำโจทย์ในโฆษณาด้วย แต่ไม่สำเร็จอะ ยากพอควร) แต่พอมาฟังครูวันนี้แล้วมีเทคนิคดี ๆ ก็โอเค หนังสือน่าสนใจ น่าเรียนดี เริ่มจากง่ายมาก ไปจนถึงเห็นโจทย์แล้วก็ แยกแยกวิเคราะห์ แล้วก็ไม่เน้นคิดเร็วเหมือนบางที่ ซึ่งที่นี่เราว่าดูแล้ว ไม่น่าจะเครียดเหมือนบางสถาบันที่เราได้ยินมา จริง ๆ ก็มีอีกสถาบันนึงที่เราคิดว่าโอเค แต่ว่ายังไม่ติด 3 อันดับในใจ อันนี้เราไม่บอกชื่อดีกว่า แต่เราได้เห็นหนังสือแล้ว ก็ดีเหมือนกัน แล้วก็มีบล็อคหรืออะไรให้ทดลองกับโจทย์เลขด้วย ฝึกสังเกตและ ใช้จินตนาการผ่านโจทย์เลขด้วย แล้วก็เห็นว่าเป็นสปอนเซอร์ให้กับ แข่งคณิตศาสตร์โอลิมปิคหรืออะไรเงี้ย ใน Level 1 เล่ม 1 เราได้ลองให้น้องเจลองดูโจทย์แล้วตอบคำถาม น้องเจก็พอทำได้ในระดับนึงเลย แต่เราว่าหนักไปหน่อย ก็คือ สัปดาห์นึงเรียน 3 เล่ม มีการบ้านให้กลับไปทำ แล้วก็โจทย์เลขก็เป็น ภาษาอังกฤษ ซึ่งจริง ๆ ถ้าเลือกที่นี่ หากมองว่าในแง่ดี น้องเจก็มี โอกาสที่จะฝึกฝนเยอะ ได้ทักษะภาษาอังกฤษจากโจทย์เลขด้วย แล้วก็ถ้าเก่งจริง ก็มีโอกาสเป็นตัวแทนไปแข่งคณิตศาสตร์โอลิมปิคด้วย แต่กว่าจะได้สิ่งเหล่านั้นมา มันต้องแลกกับเวลาที่น้องเจควรมีเวลาพักบ้าง และเราไม่ได้คาดหวังว่าน้องเจต้องเเก่งระดับไหน เอาแค่เรียนเข้าใจ สนุก แล้วก็มีเวลาเที่ยว เล่น ตามประสาเด็กบ้าง น่าจะดีกว่า ... จากตอนนี้ไป ก็คงจะพาน้องเจไปทดลอง I Can Read ก่อน ถ้าน้องเจให้ความร่วมมือดี คิดว่าคงส่งให้ไปเรียนประมาณมกราคมเลย ... ส่วนสถาบันอื่น ก็อาจจะดูที่มีเรียนในชลบุรี หรือเซ็นทรัลบางนา หรือ ฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต แล้วค่อยตัดสินใจอีกทีว่าจะยังงัยต่อไป ... อ้อ! อุตส่าห์พาไปดูเค้าเรียนเทควันโด แหม .. Kick สวยเชียว แต่บอกมะม๊าว่า "ไม่ชอบ" ก็เลยเปลี่ยนแนวพาไปดูพี่ ๆ เค้าเล่น สเก็ต กะโรลเลอร์เบรด ยังไม่ทันจะแลกบัตรเลย บอกว่า "ไปเหอะ ไม่ชอบ" เลยรู้ว่าสงสัยจะไม่ชอบอะไรที่ผาดโผนแน่นอนเลย ... เฮ้อ! สงสัยจะต้องไปเรียน "กอล์ฟ" อย่างที่ปะป๊าเคยบอกแล้วมั้งเนี่ยยยย ! น้องเจก็หัดใส่กางเกง (เอง) สิครับ!เมื่อเช้าวันก่อนน้องเจเกิดอาการงอแง (และงัวเงีย) ตื่นขึ้นมา เป็นไปได้ว่า น้องเจอาจจะนอนไม่พอ (เพราะอาการแบบนี้จะออกทุกทีจนมะม๊าจำได้) น้องเจบอกมะม๊าว่าจะกินนม Give me a bottle of milk, please. มะม๊าจัดแจงให้เหมือนทุกวันที่ทำ แต่ว่าเรามีสัญญา (ใจ) ระหว่างแม่กะลูก ที่น้องเจต้องทำหลังจากกินนมทุกครั้งคือ ... ไปห้องน้ำและฉี่ให้เรียบร้อย เผอิญว่าวันนั้นมะม๊าก็งัวเงียเหมือนกัน เพราะแต่ละวันตอนเทศกาลกินเจ ลูกค้าเยอะมาก และทำให้เพลีย ไม่อยากจะลุกทำอะไรทั้งสิ้น น้องเจก็ยังคงน่ารักเหมือนทุกที ก็คือยอมไปห้องน้ำและฉี่โดยดี ... แต่ว่าคราวนี้แตกต่างจากทุกทีตรงที่ว่าไม่ยอมใส่กางเกงเอง มานั่งงอแงอยู่ตรงปลายเตียง บอกว่าจะให้มะม๊าใส่ให้ ... ด้วยความหงุดหงิดของมะม๊า (ที่อยากให้น้องเจทำอะไรเองมากกว่า) เพราะน้องเจโตพอที่จะต้องทำอะไรเองบ้างแล้ว .... มะม๊า : น้องเจครับ ... ใส่กางเกงสิครับ แล้วไปนอนต่อ น้องเจ : จะให้มะม๊าใส่ให้ครับ มะม๊า : ใส่เองสิครับ โตแล้ว เหมือนที่คุณครูสอนงัย น้องเจ : มะม๊าครับ จะให้มะม๊าใส่ให้ครับ มะม๊า : ใส่เองสิลูก โตแล้วนะครับ (ปะป๊ามองน้องเจแล้วยิ้ม) น้องเจ : มะม๊า ..... ครับ มะม๊า : ..... (มะม๊าลงไปนอนต่อ -- รู้จักลูกตื้อน้องเจดี) น้องเจ : มะม๊า ...... (ยังไม่ลดละความพยายาม) มะม๊า : น้องเจครับ ถ้าหากว่าวันนึงน้องเจไม่มีมะม๊า ใครจะใส่ให้ครับ น้องเจ : (น้ำตาเปื้อนแก้ม) ... ก็ให้ปะป๊าใส่ให้งัยครับบบบ .. มะม๊า : ปล่อยหัวเราะออกมาดังมาก (ปะป๊าที่อมยิ้ม ก็หัวเราะด้วย) แล้วมะม๊าก็แพ้ใจ ... ใส่ให้น้องเจอีกแล้ว แล้วก็สอนน้องเจด้วยล่ะ น้องเจต้องหัดทำอะไรเอง เผื่อว่าวันนึงไม่มีมะม๊าอยู่น้องเจจะได้ทำเป็น เข้าใจมั๊ยครับบบ .. น้องเจตอบเสียงดังฟังชัด ... เข้าใจคร๊าบบบบ น้องเจ กะ เกมส์จับคู่ (อีกแล้ว)มะม๊าเสีย self ไปซักนิดที่พลาดไม่ได้ชาร์จกล้องดิจิตอล (กลัวแบตฯหมด) ก็เลยตัดสินใจไม่ใช้โหมดถ่ายวีดีโอ เพราะว่ามะม๊าบอกครูแคลร์ว่าจะฝากกล้องไปถ่ายรูปเด็ก ๆ ตอนที่ไป ทัศนศึกษาที่พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ เกมส์จับคู่วันนี้ก็เลยได้แค่เป็นรูปภาพนิ่งเท่านั้น แต่ก็โอเคนะ มะม๊าสอนน้องเจแป๊บเดียวเอง เกมส์จับคู่นี้ก็แค่ทดสอบความจำน้องเจ ก็ได้ผลอย่างที่เห็นในรูปค่ะ (รูปนี้ถ่ายเมื่อวันที่ 15/10/52 ค่ะ) สัญญาแล้วนะ .. จะเป็นเด็กสองภาษาหลังจากที่ห่างหายไปจากเว็บ 2pasa.com ไปนานพอสมควร แต่ก็ยังได้รับอีเมล์อัพเดตจากเพื่อนเก่าเพื่อนใหม่อยู่นะ ... เพื่อน ๆ ในเครือข่ายก็ถามหา แต่ตอบบ้างไม่ตอบบ้าง (แต่ที่แน่ ๆ เลยคือไม่ได้ไปอัพบล็อคที่นั่นเลย แบบว่าถามกันมาบ้างว่า เมื่อไหร่จะมาเล่าอะไรสนุก ๆ เกี่ยวกับน้องเจอีก) อันนี้ (แอบบ่นหน่อย) ว่ายุ่งมากมายกะทั้งงานที่ร้านสุกี้เจ (ที่เตรียมงาน รอรับเทศกาลกินเจ) กะอัพเดตสินค้าใหม่ที่ Motherintrend.com (และอีกไม่นานก็จะมี j-tieng.net โปรโมทร้านสุกี้เจอีกเว็บด้วย) เดี๋ยวหลังกินเจก็น่าจะได้ไปอัพบล็อคบ้างแล้วล่ะ ... แต่ก็ยังยึด main บล็อคเป็นที่นี่นะ เพราะว่าเรื่องราวในนี้เยอะมาก (ขี้เกียจย้ายอีกแล้ว ... เพราะที่นี่ลงตัวที่สุดแย้วววว) เมื่ออาทิตย์หรือสองอาทิตย์ที่แล้ว (จำไม่ได้แล้วง่ะ) หลังจากได้ดูทีวี มีหลายรายการที่เสนอและแนะนำครอบครัว "สองภาษา" ซึ่งมาจาก เครือข่ายที่เราก็อยู่ในนั้น และมีหลายครอบครัวประสบความสำเร็จ ในการฝึกเด็กสองภาษา บางครอบครัวที่ออกทีวีนั้น ก็เคยคุยกัน ทำให้เรานึกย้อนถึงตอนที่เราเริ่มคุยภาษาอังกฤษกะน้องเจ มันก็ ไม่ยากเย็นอะไรมากมาย และได้รับฟังจากครูประจำชั้นมาบ้างว่า น้องเจค่อนข้างชอบเรียน "ภาษาอังกฤษ" และมีส่วนร่วมในกิจกรรมดี ที่สำคัญกว่านั้นคือ มันไม่ใช่แค่ภาษาอังกฤษเท่านั้นที่น้องเจสนใจ อาม่าเคยลองสอนพูดตัวเลข "จีนกลาง" และเหล่าอี๊ฮุ้งสอนพูดตัวเลข "จีนแต้จิ๋ว" ตั้งแต่ขวบกว่าปลาย ๆ ก็ยังจำได้ถึงวันนี้ แต่สำเนียงดีขึ้น เราก็เคยอ่านจากหนังสือสอนภาษาจีน และสอนพูดทักทาย ขอบคุณ ลาก่อน แบบง่าย ๆ เป็นภาษาจีนกลาง ก็ยังจำได้อยู่ และเทียบได้ กับภาษาอังกฤษด้วยว่าพูดยังงัย และที่ทึ่งไปกว่านั้นก็คือ ... เราก็หัดภาษาจีนกลางเหมือนกัน (หัดเขียนด้วย) สมุดที่เราเอามาหัด มีตั้ง 3 ภาษา คือ จีนกลาง อังกฤษ แล้วก็ไทย น้องเจอ่านตาม pinyin ที่เราสอน คำว่า 天 เหลือบไปเห็นคำว่า sky แล้วอ่านให้เราฟัง หลังจากนั้นก็วิ่งไปชี้ท้องฟ้า บอกเราว่า Mama, that is the sky. มันก็เลยทำให้เราอยากจะกลับมาเพิ่มเวลาสอนภาษาให้น้องเจมากขึ้น เราเห็นอย่างนี้แล้วก็เลยคุยกะน้องเจไปเมื่อต้นอาทิตย์ว่า ... ตั้งแต่เดือนหน้ามะม๊าจะสอนภาษาอังกฤษเพิ่มขึ้นกว่าที่เคยเป็นดีมั๊ย น้องเจพยักหน้ารับคำ เราก็เลยจะเพิ่มการพูดภาษาอังกฤษมากขึ้น และที่มากไปกว่านั้นคือ เราอาจจะต้องแบ่งเวลาเรียนจีนกลางขึ้นอีก เพื่อจะได้สอนไปพร้อม ๆ กันแบบธรรมชาติ ควบคู่กะการขีด ๆ เขียน ๆ ที่น้องเจชอบ จะได้ไม่เบื่อ และดูไม่ยัดเยียดจนเกินไป (ซึ่งอาจจะ ทำให้เป็นความกดดันของเราเองมากกว่าด้วย) ปลายอาทิตย์นี้น้องเจจะจบแคมป์ของปิดเทอมนี้แล้ว อาทิตย์หน้า เราว่าจะพาน้องเจกลับบ้านรังสิตไปพักผ่อน เที่ยว ระบายสี โยนบาส และทำกิจกรรมอะไรก็ได้ที่น้องเจชอบเป็นการพักผ่อนแบบเต็มเวลา หลังจากที่เปิดเทอมแล้ว ก็จะจัดเวลาให้น้องเจ ได้เรียนรู้เรื่องเวลา และการจัดการกับตัวเองและการเรียนด้วย ... เฮ้อ! ไม่รู้ว่าเพื่อน ๆ อ่านบล็อคเราแล้วจะมองว่าน้องเจเครียดป่าวนะ แต่เรามองว่าที่เราทำอยู่ น้องเจไม่มีอาการเครียดอะไร และดูเหมือนว่า จะชอบทำกิจกรรมอะไรก็ได้ที่เราร่วมด้วย และต้องการโชว์ให้เราเห็น ว่าน้องเจก็ทำได้นะ ... มะม๊า ปิดเทอม (ตุลา'52) - PK Watermelonหลังจากที่ไปรับสมุดพกและได้ให้น้องเจพักสมอง (และแรงกาย) แล้วเราก็ตัดสินใจส่งน้องเจไปเข้าแคมป์ที่โรงเรียน .... เหตุผลนึงเพราะว่า เราเห็นว่าน้องเจอยู่ในช่วงที่ร้อนวิชา แล้วก็สนุกกะการไปโรงเรียน อีกเหตุผลคือ น้องเจจะได้ไปเที่ยวทัศนศึกษาที่พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำบางแสน ซึ่งจะเป็นครั้งแรกที่น้องเจจะได้ไปเที่ยวกะเพื่อน ๆ ในวัยเดียวกัน และเหตุผลสุดท้ายก็คือ อยากให้น้องเจใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ เพราะเวลาอยู่โรงเรียนแล้ว ตื่น นอน กินข้าว กินนม เล่น เป็นเวลา แล้วก็ยังได้เล่น สนุก พร้อม ๆ กะเรียนรู้เรื่องสัตว์ทะเล และกิจกรรมที่ ทางโรงเรียนจัดขึ้น ซึ่งเรามองว่าก็เสริมพัฒนาการทุกด้าน แล้วยังทำให้ น้องเจมีความสุขกะการใช้ชีวิตน้องเตรียมอีกด้วย ... เวลาผ่านไปไวเหมือนโกหกเลยจริงเชียว .... แป๊บ ๆ 2 อาทิตย์กว่า ๆ แล้ว ที่น้องเจไปเข้าแคมป์ ศุกร์นี้แล้วนะที่น้องเจจะเรียนเป็นวันสุดท้าย แล้วก็หยุดพักสมองอีกครั้งอีกหนึ่งอาทิตย์ ก่อนเปิดเทอมสองจริง ๆ ซึ่งช่วงวันหยุดที่เหลืออาทิตย์นึงนี้ ก็จะเป็นช่วงที่หมดเทศกาลกินเจด้วย กะว่าจะพาน้องเจไปอยู่รังสิตซักอาทิตย์ก่อนที่ต่างคนต่างจะกลับมา ทำหน้าที่ของตัวเอง น้องเจก็กลับไปเรียนตามปกติ เราก็เตรียมเป็น คุณแม่นักกิจกรรม คุณแม่ค้าขายชุดคลุมท้อง คุณแม่ค้าขายสุกี้เจ ... ตลอดช่วงปิดเทอมที่ผ่านมา เราได้สังเกตเห็นว่าน้องเจมีพัฒนาการดีขึ้น แล้วก็ขยันขันแข็ง ร้อนวิชาอยากเรียนอยากเขียนหนังสือใจจะขาด นั่งคัดตัวอักษรไทย อังกฤษ เลข อยู่เป็นชั่วโมง แล้วก็เป็นการหัดเขียน โดยที่เราไม่ต้องไปนั่งจับมือเขียนเลย ใจจริงของเรายังมองเหมือนกะ ที่ทางโรงเรียนว่ายังไม่สนับสนุนให้เด็กเขียนหนังสือในชั้นน้องเตรียม เพราะกลัวว่ากล้ามเนื้อมัดเล็กยังไม่แข็งแรงมาก แล้วมานั่งเขียน จะทำให้อีกหน่อยลายมือไม่สวย ... แต่ที่ยอมให้น้องเจขีด ๆ เขียน ๆ ก็มีเหตุผลอีกนั่นแหละ ... ก็เด็กอยากทำ และทำในสิ่งที่ไม่ผิดด้วย ก็เลยให้ทดลองทำ รวมถึงการอ่านหนังสือทั้งไทย อังกฤษ และจีนด้วย น้องเจอ่านหนังสือออกได้หลายคำ และพูดคุยเป็นภาษาอังกฤษมากขึ้น แต่สิ่งทีเราเล่นเพิ่มกันอยู่เป็นประจำก็คือ เอาบล็อคตัวอักษรอังกฤษ มานั่งต่อกันเป็นคำศัพท์ง่าย ๆ ให้น้องเจหัดใช้ทั้งมือ เรียนรู้ศัพท์ด้วย ซึ่งก็สนุกกันไปอีกแบบ และอีกกิจกรรมที่ขาดไม่ได้เลยก็คือ การระบายสีปูนปาสเตอร์ ก็ทำให้น้องเจละเลงสีอย่างสนุกสนาน และมีของฝากกลับมาให้บรรดาญาติผู้ใหญ่ได้ยิ้มแก้มปริกันด้วย ล่าสุดเมื่อเช้านี้ อาม่าได้เอาสมุดคัดตัวเลขน้องเจมานั่งดูแล้วยิ้ม ได้ยินชมว่าเก่งที่เขียนตามรอยปรุได้ครบตัวเลข .. แต่ที่ทำให้ปลื้มกว่า ก็คือสมุดเล่มนี้เค้าให้คัดถึงตั้ง 100 น้องเจเล่นคัดทุกตัวเลขเลย .. แต่คัดเลขละตัวนะ เราก็แอบเห็นว่ายังมีบางตัวที่ลากเส้นผิด คงไม่ใช่ปัญหาใหญ่อะไร ก็คงแก้ไขได้ เพราะสอนเขียนให้ดูอยู่แล้ว เกี่ยวกับเมืองโบราณ Ancient Siamวันนี้ตื่นเช้าก็เลยเอาเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ ของเมืองโบราณมาบอกกันค่ะ
เรื่องของเรื่องก็คือยังประทับใจมากมายหลังจากที่พาน้องเจไปเที่ยวมา เมืองโบราณ พิพิธภัณฑ์กลางแจ้งทางศิลปวัฒนธรรมระดับโลกของไทย ภาพสะท้องของวัฒนธรรมดั้เดิมอันหลากหลายบนผืนแผ่นดินไทย ด้วยการนำเสนอในรูปแบบที่เป็นจริงและวิจิตรตระการตา เส้นทางไปเมืองโบราณ *รถยนต์ส่วนตัว* ใช้เส้นทางด่วน ปลายทางที่สำโรง-สมุทรปราการ ถึงสามแยกสมุทรปราการ เลี้ยวซ้ายไปตามถนนสุขุมวิทสายเก่า (ทางไปบางปู) ประมาณ กม. 33 เมืองโบราณจะอยู่ทางซ้ายมือ *รถโดยสารสาธารณะ* ใช้รถโดยสารปรับอาการ สาย ปอ. 511 (สายใต้ใหม่-ปากน้ำ) ลงสุดทางแล้วต่อรถสองแถวสาย 36 ซึ่งจะวิ่งผ่านหน้าทางเข้า เปิดให้ชมทุกวัน เวลา 8.00 - 17.00 น. ติดต่อสอบถามรายละเอียดได้ที่ เมืองโบราณ 296/1 หมู่ 7 ถ.สุขุมวิท ต.บางปูใหม่ อ.เมือง สมุทรปราการ 10280 โทรศัพท์ 02-7091644 โทรสาร 02-3239253 สิ่งที่ควรปฏิบัติเมื่อไปเยี่ยมชมเมืองโบราณ - โปรดอย่าทำเสียงอื้ออึงทำลายความสงบภายใน - โปรดอย่าแตะต้องขีดเขียนบนสิ่งก่อสร้างในเมืองโบราณ - โปรดอย่าเด็ดดอกไม้ ใบไม้ - โปรดอย่าปีนไต่รูปปั้นและสถานที่ก่อสร้างต่าง ๆ - โปรดอย่าทิ้งสิ่งของสกปรก - โปรดจอดรถชิดขอบทาง - โปรดอย่าลงเล่นน้ำในบึง บ่อ คลอง และน้ำตก - โปรดอย่าจับ อย่าทำอันตรายสัตว์บกและสัตว์น้ำทุกชนิด - โปรดอย่านำอาวุธปืนและวัตถุระเบิดเข้าไปในเมืองโบราณ - ห้ามจุดประทัด ดอกไม้ไฟ หรือก่อกองไฟในเมืองโบราณเด็ดขาด - ห้ามนำสัตว์เลี้ยงทุกชนิดเข้าเมืองโบราณ - ห้ามหัดขับรถภายในเมืองโบราณ - ห้ามถ่ายภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหวใด ๆ ทุกชนิดที่มีวัตถุประสงค์ เพื่อการค้าและการพาณิชย์ เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของเมืองโบราณ ให้คำแนะนำตามสมควร หากผู้ใดละเมิดจะถูกเชิญออก และถ้าเกิดความเสียหาย ผู้ทำความเสียหายจะต้องรับผิดชอบ สำหรับท่านที่มาเป็นหมู่คณะ สถาบัน องค์กร หรือหน่วยงานที่สังกัดจะต้องรับผิดชอบการกระทำ ของบุคคลที่ร่วมมาในคณะ น้องเจ ... กะ Special Trip to เมืองโบราณนับว่าก่อนเปิดเรียนแคมป์น้องเจก็ได้เที่ยว ได้เล่นอย่างเต็มที่ และนี่ก็เป็นอีกหนึ่งสถานที่มะม๊าเลือกพาน้องเจไป ... "เมืองโบราณ" (เอาไว้จะเอาเรื่องเกี่ยวกับเมืองโบราณมาเขียนให้อ่านเป็นความรู้นะ) ณ ที่นี้น้องเจตื่นตาตื่นใจกับการไปเที่ยวในที่ที่รวมสถานที่ต่าง ๆ ทั่วไทย มาไว้ที่นี่ที่เดียว น้องเจอาจจะยังเด็กเกินไปที่จะเรียนรู้ประวัติศาสตร์ แต่มะม๊าว่าก็เป็นสิ่งที่ดีที่พาน้องเจไปในสิ่งที่น้องเจไม่เคยรู้ไม่เคยเห็น งานนี้น้องเจได้นั่งรถราง ได้ถ่ายรูปสถานที่ต่าง ๆ ได้ไปสวดมนต์ ต่อหน้าพระแม่กวนอิมกะมะม๊า แล้วก็ประกาศชัยชนะที่เขาพระวิหาร (เหมือนกะแนวร่วม พธม. ที่มาประกาศชัยชนะกันที่นี่ด้วย ตอนแรกมะม๊านึกว่าข่าวลือ หรือไม่ก็พวกเสื้อแดงคงพูดมั่ว แต่แล้วเมื่อเจ้าหน้าที่ได้ยินเราพูดเรื่องเขาพระวิหาร ก็กุลีกุจอเข้ามาอธิบาย และด้วยความคันปากของมะม๊า ก็เลยถามไปว่ามีคนมาประกาศชัยชนะมั๊ย เจ้าหน้าที่บอกว่ามี .. แต่ว่ามะม๊าคงไม่กล่าวถึงเค้าหรอก รอบแรกเรานั่งรถของเมืองโบราณทัวร์จนทั่วเลย ... จากนั้นมะม๊าตัดสินใจบอกปะป๊าว่าเราควรไปเอารถเราขับอีกรอบ เพราะเราจะได้เลือกสถานที่ลงไปถ่ายรูปได้ ไม่ต้องเหนื่อยรอต่อรถ ปะป๊าเห็นด้วย โดยปะป๊าไปเอารถ ส่วนมะม๊ากะน้องเจไปเอารูปถ่าย เป็นของที่ระลึกจากเมืองโบราณ ถึงแม้ว่าราคาอันละตั้ง 100.- คือราคา (ในสายตาเรา) มันไม่แพงเท่าไหร่ แต่ถ้าเทียบกะคุณภาพ มะม๊าว่าเค้าน่าจะขายแค่ 50.- มากกว่า แต่ก็ถือว่าไทยช่วยไทย อีกอย่างน้องเจก็อยากได้ รูปน้องเจเองก็น่ารักมากมาย ไม่ผิดหวัง วกกลับมาเรื่องเที่ยวนี้ก่อนดีกว่าเน๊อ พอได้รถแล้ว จุดแรกที่เราไปเลย ก็คือ "ตลาดน้ำดำเนินสะดวก" ที่เลือกตรงนี้เพราะว่า มะม๊าอยากให้น้องเจได้เห็นแม่ค้าพายเรือขายของ เดินไปตามสะพาน ให้อาหารปลา แล้วก็ได้ดูการใชัชีวิตความเป็นอยู่ของชาวบ้าน แล้ววันนึงปะป๊ามะม๊าจะพาน้องเจไปสัมผัสของจริงที่ "ราชบุรี" นะครับ จุดต่อไปที่มะม๊าแวะถ่ายรูปคือเหมือนเป็นส่วนของความเชื่อเพื่อสั่งสอน สิ่งที่ดี ๆ ให้แก่คนรุ่นหลัง มะม๊าเลือกถ่ายรูปวัดที่ด้านในเป็นที่ประดิษฐาน ของ "พระศรีอารย์" ซึ่งมีความเชื่อว่าจะเป็นพระพุทธเจ้าองค์ต่อไป และต่อไปนมัสการและสวดมนต์บทสรรเสริญพระแม่กวนอิมกะน้องเจ ที่ด้านหน้าขององค์พระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร (ปางทิเบต คล้ายที่ อยู่ตรง รพ. เทียนฟ้าเลย แต่ต่างกันตรงที่นี่ พระแม่ฯ ใบหน้าที่ดูออกแขก ๆ) และข้าง ๆ มะม๊าสังเกตว่ากำลังสร้างองค์ที่เป็นปางพันมือ เอาไว้คราวหน้า มะม๊าคาดว่าจะมาใหม่และจะต้องถ่ายรูปให้ได้ เพราะขนาดที่ยังไม่เสร็จ ยังดูสวยงามมากมายเลยล่ะ แล้วเราก็ขับรถไปตามทาง มะม๊าชี้และอธิบายสถานที่ต่าง ๆ ที่มะม๊าพอรู้ให้น้องเจได้ดูพร้อม ๆ กัน แล้วไปหยุดที่เรือยักษ์ที่จำลองมาจาก "วัดยานนาวา" มะม๊าขึ้นไปถ่ายรูป (อีกแล้ว) ตัวมะม๊าเหลือจิ๋วนิดเดียวเอง แล้วเราก็ผ่าน ไปอีกหลายสถานที่ จนมาถึง Highlight ของที่เมืองโบราณนี่ .... ก็คือ "เขาพระวิหาร" ซึ่งมะม๊ากะน้องเจเก็บภาพที่นี่เยอะมากมายเป็นพิเศษ น้องเจเองก็ไปลอดตามช่องประตูหน้าต่างสนุกไปเลย จนกระทั่ง ขาออกมะม๊าขอให้แวะปราสาทหินพิมาย ปราสาทหินพนมรุ้ง .... ซึ่งเป็นสถานที่ที่มะม๊าอยากจะไปสุด ๆ ... ปะป๊าสัญญาแล้วนะ ... ว่าจะพาเราสองคนไปเที่ยวสถานที่จริงให้ได้ มะม๊าจะเก็บรูปให้หนำเลย และท้ายสุด .. สุดท้าย ก่อนออกจากเมืองโบราณ ... มะม๊ากะน้องเจ ก็ได้ไปถ่ายรูปที่พระราชวังดุสิต และวัดพระศรีสรรเพ็ชร ด้วย เรียกว่า Trip นี้วันเดียว ... เที่ยวทั่วไทย เหนือ จรด ใต้ เลย น้องเจเพลียหลับไปจนกลับถึงบ้านเลย ... ศิ ล (เ) ป (อ) ะ -- ฝี มื อ น้ อ ง เ จหลังจากเมื่อพุธที่แล้ว 30/9/52 ปะป๊าไป admit ที่ รพ.วิภาวดี ตามที่คุณหมอนัดส่องกล้องเพราะกรดไหลย้อน และแน่นท้อง ผลสรุปก็คือปะป๊าก็เป็นกรดไหลย้อน แล้วก็ติดเชื้อแบคทีเรียที่กระเพาะ ซึ่งคุณหมอบอกว่าถ้าไม่รักษาเชื้อนี้ จะทำให้เป็นมะเร็งกระเพาะในอนาคต สุดท้ายหมอตัดตอนโดยให้ยาฆ่าเชื้อมาก่อนอย่างแรกประมาณอาทิตย์นึง แล้วค่อยมาต่อเรื่องกรดไหลย้อน ที่ย้อนหนักมาจนถึงคอ แล้วระคาย ทำให้เกิดอาการไอ (แล้วเข้าใจผิดคิดว่าเป็นหวัดไปเป็นอาทิตย์ซะงั้น) พอปะป๊าออกจาก รพ. -- น้องเจก็ชวนปะป๊าไปโยนบาสฯ ที่ฟิวเจอร์ฯ แต่ก็เป็นอะไรที่แปลกมากมายที่น้องเจขอปะป๊าระบายสีปูนปาสเตอร์ ทั้ง ๆ ที่ก่อนหน้านี้มะม๊าก็ชวนแล้วชวนอีก น้องเจไม่ยอม ..... มางานนี้ น้องเจขอปะป๊ามาฟิวเจอร์ฯ 2 วันติด ... ติด .... เลย ระบายปูนปาสเตอร์ไปตั้ง 5 อันแน่ะ ... มะม๊าก็เป็นอะไรที่พลาดไม่ได้อยู่แล้ว .. ก็หยิบกล้อง แชะ ! ซะเลย ดูรูปเลยจ้าา ... ว่าผลงานน้องเจ .. เป็นจ๊ะได๋บ้าง ... (ตุ๊กตาที่น้องเจระบายสีแล้ว ... เอาไปแจกเรียบร้อย ดูเลยใครได้มั่ง) รับสมุดพก น้องเตรียมฯ เทอม 1 - 30/08/2552หลังจากที่ปิดเทอมไปแล้วอาทิตย์นึง น้องเจก็ป่วนอยู่ที่บ้านมากมาย
วันนี้ 30/08/2552 เป็นวันที่โรงเรียนนัดให้มะม๊าไปรับสมุดพก ตอนแรกนึกว่าจะโดนคุณครู 3 คนรุมมะม๊าคนเดียวแล้วนะเนี่ย ก็ยังดีที่ว่าปะป๊าไปเอาสมุดพกด้วยกันได้ บรรยากาศเป็นกันเองดี น้องเจเป็นคิวที่สองต่อจากน้องต้นข้าว ซึ่งนับว่าเร็วกว่าเวลานัดครึ่งชั่วโมง ตลอดทั้งเทอม น้องเจหยุดไปตั้ง 25 วัน อาการป่วยล้วน ๆ เลย ผลงานของน้องเจที่คุณครูเย็บเล่มให้ก็เลยดูไม่มากเท่าเพื่อนคนอื่น ๆ มะม๊าได้ดูรูปถ่ายกิจกรรมของน้องเจและเพื่อน ๆ ด้วย มะม๊าว่าก็ดูน้องเจกะตือรือล้นดีที่เข้าร่วมกิจกรรมที่คุณครูให้ทำ คุณครูแคลร์บอกว่าเวลาฟังนิทาน น้องเจจะนั่งตรงกลางเลย เหมือนจะเลือกที่นั่งให้เห็นหนังสือและตั้งใจฟังครูสุด ๆ เวลาเรียนภาษาอังกฤษกับ Teacher David ก็ตั้งใจและมีส่วนร่วม ชอบร้องเพลง นับเลขภาษาจีนกลาง แล้วก็นับเลขถอยหลัง คุณครูบอกว่าน้องเจนับเลขถอยหลังทั้งไทยและอังกฤษได้อยู่คนเดียว สามารถบอกตัวเลขหรือตัวอักษรได้แบบไม่ต้องเรียงตามตัว ผลการประเมินทางกายภาพที่อยู่ในระดับปานกลางก็มีอยู่ไม่กี่เรื่อง จะเป็น "เรื่องของการใส่เสื้อผ้า ถุงเท้า รองเท้าด้วยตัวเอง" ซึ่งคงเป็นปัญหากะเด็ก ๆ ทุกคน (แต่เวลาอยู่บ้านทำไมน้องเจทำได้ดีหว่า) อีกสองเรื่องที่มะม๊าคิดว่าต้องจับน้องเจปรับตัว ก็คือ "เรื่องการแบ่งปัน" และ "เรื่องการพูดจา" คุณครูบอกว่าเวลาเล่นของเล่น ยังออกอาการหวงของอยู่บ้าง (แต่ของกินไม่หวง) อีกเรื่องคือการพูด "สวัสดี ขอบคุณ ขอโทษ" ไม่ใช่น้องเจพูดไม่เป็น ครูบอกว่าคุณครูยังต้องทวงบ้าง เวลาทำผิดให้ขอโทษ ทำนองนั้น ทางกลับกันคือ น้องเจเป็นเด็กที่พูดฉะฉานและพูดเพราะ ทั้งสามเรื่องนี้ ... ครูประเมินให้อยู่ระดับ "ปานกลาง" ส่วนเรื่องอื่น ๆ ก็อยู่ในระดับ "ดี" ผลการประเมินด้านสติปัญญา อยู่ในระดับ "ดี" เกือบทุกกิจกรรม ยกเว้น "การพูดหน้าชั้น" และ "การเต้น การแสดงออก" ครูบอกว่าการพูดหน้าชั้นยังเล่าเป็นเรื่อง ๆ ไม่ได้ แต่จะออกมาในลักษณะ พูดเป็นคำ คือครูถามก็จะตอบ ไม่ค่อยยอมเล่าอะไรซักเท่าไหร่ และเวลามีกิจกรรมให้เต้นเข้าจังหวะเพลง ก็ยังมีเขินอายอยู่ แล้วก็อีกกิจกรรมนึงที่ครูบอกให้ทำแล้วเหมือนน้องเจเค้าเล่น ๆ ครูก็เลยประเมินให้อยู่ในระดับ "ปานกลาง" คือ ... "การยืนขาเดียว 3 วินาที" ก็น้องเจมัวแต่เล่น ครูจับเวลาไว้ก็ได้เท่าที่ได้ ทั้ง ๆ ที่อยู่ที่บ้านก็ทำท่านี้ให้ดูอยู่บ่อย ๆ ... ผลการประเมินโดยรวมของทั้งเทอม มะม๊าก็ค่อนข้างภูมิใจ ที่ส่งน้องเจไปเรียนแล้ว ผลออกมาเป็นที่น่าพอใจ ถึงแม้ว่าบางอย่าง มะม๊าอาจจะต้องเคี่ยวเข็ญน้องเจเพิ่ม (ทั้งที่ไม่ใช่ปัญหาใหญ่) เพื่อน ๆ คนอื่นอาจจะมีปัญหามากกว่า .. แต่เพื่อความไม่ประมาทและ เป็นการวางพื้นความรู้ให้น้องเจ .. มันก็คือหน้าที่ของมะม๊า (อีกนั่นแหละ) ที่จะทำให้น้องเจประสบความสำเร็จตรงนี้ได้ ... แต่น้องเจก็ต้องให้ความร่วมมือเวลาที่มะม๊าสอน เตือน หรือให้ทำด้วย ถ้าไม่ช่วยเหลือตัวเอง แล้วใครจะช่วยได้ใช่ป่าวครับ .... บล็อคหน้า ... มะม๊าจะรวบรวมผลงานประดิษฐ์ ผลงานการใช้กล้ามเนื้อมือ และรูปกิจกรรมที่ทางโรงเรียนถ่ายไว้มาให้ดูนะคร๊าบบ ที่ขาดไม่ได้อีกอย่างก็คือ "สมุดพก" มะม๊าจะเอามาลงไว้ให้ดูด้วย .. |
|||||||||||||||||||||||
|
|