mÄmÄ n'JãY's profile❤:::::::::::::: mØtheriи...PhotosBlogListsMore ![]() | Help |
|
|
ส่งรูปร่วมกิจกรรมวันพ่อ PK.Watermelon'09
**** เทียบกันกะคลิปวีดีโอนี้ ... ไม่รักไม่ได้แล้วววว **** (เครื่อง) น้องเจร้อน (วิชา) แล้วครับบบ!หลังจากที่เรากลับไปพักผ่อนหลังลุยร้านอาหารเจอย่างหนัก ตอนช่วงเทศกาลกินเจที่ผ่านมา น้องเจก็ได้ไปเที่ยวมาหลายที่ พอกลับมา ด้วยความคิดถึง น้องเจซื้อ "กุ๊กไก่" มาฝากอาม่าด้วยล่ะ (ภาษาอังกฤษคุณแม่อาจจะดูเดี้ยง ๆ ไป แต่ว่าจะพัฒนากันไปพร้อม น้องเจนะค๊าาาา) Jay: มะม๊า น้องเจจะไปหาอาม่าคร๊าบบบบ go to see Ama'. Mama: OK. ระหว่างทางเดินผ่านอะไรเยอะไปหมด (มะม๊าเริ่มทดสอบสิ่งที่เคยสอนให้คุยให้ฟังว่าได้ผลแค่ไหน) Mama: Can you see the moon tonight? Jay: yes. Mama: where is it? Jay: (point to the sky) Mama: speak out, Jay. Jay: In the sky. Mama: Can you see AS Super? Jay: (point to the shop that is opposite to us) Mama: where is it? Jay: There. Mama: Mama can see some banks here. Can you see that? Jay: (point to the Bank and say) There. Mama: What is that bank? Jay: I don't know. Mama: Kasikorn Bank. Jay: It's green. Mama: Yes. พอมาถึงหน้าบ้านอาม่า Mama: Jay, help mama to open the fence please. Jay: (move his hands and open that fence. Then, open the door by himself) Jay: Where is Ama', mama? Mama: Let's see. Does she sit there? Jay: (Walk around) ... No. Mama: Jay, where is Ama'? Can you see her? Where is she? Jay: I don't know. Jay: Mama, upstair. Mama: Ok. Let's go and take a look. น้องเจเดินสะดุด "กุ๊กไก่" ที่น้องเจให้อาม่าเมื่อตอนบ่าย ตรงระหว่างทางขึ้นบันได Jay: It's Ama' นี่ Mama: (Smile) No. It's a hen that you gave Ama' Jay: Yes ว่าแล้วก็เดินขึ้นข้างบนไปด้วยกัน Mama: Be careful. Jay: Ok. ที่หน้าห้องอาม่า น้องเจออกอาการดีใจอย่างแรง (ท่าจะเห็นอาม่านั่งอยู่ในห้องแล้ว เพราะว่าเป็นห้องกระจกมองผ่านเข้าไปได้) Jay: Mama. Ama there. Jay: (open the door. Run to Ama' and hug her) จบถึงตรงนี้ มะม๊าดีมากมาย แม้จะเป็นเวลาสั้น ๆ แต่ก็ทำให้มะม๊ารู้ว่าอย่างน้อยน้องเจก็พอเข้าใจและสื่อสารง่าย ๆ ได้ (มะม๊าเดินไปกระซิบอาม่าว่าน้องเจพูดภาษาอังกฤษมาตลอดทางเลย) อาม่าชูนิ้วโป้ง แล้วบอกน้องเจว่า ... Goood! (น้องเจก็คงไม่รู้ว่ามะม๊าพูดอะไรกะอาม่า แต่พออาม่าพูด "Good" แค่นั้น น้องเจยิ้มแก้มปริเลย) นำร่อง Bilingual Nursery แล้วเทอม 2 นี้ตอนเปิดเทอม 2 ของน้องเตรียมฯ มะม๊าได้อ่านสมุดสื่อสารฯ ที่ครูแคลร์ เขียนบอกมะม๊าถึงการเรียนภาษาอังกฤษสำหรับน้อง ๆ ห้อง Watermelon เลยทำให้มะม๊ารู้ว่า เมื่อวันพฤหัสในช่วงเทศกาลกินเจที่ผ่านมา ที่ครูแคลร์ มาส่งน้องเจให้มะม๊าไม่ได้ เป็นเพราะว่ามีประชุมคุณครูนั่นเอง และผลของการประชุมนี้เอง ทำให้ได้รู้ว่าท่านผู้อำนวยการได้เริ่มนำร่อง ให้ห้อง Watermelon ที่น้องเจเรียนอยู่ เป็นแบบ Bilingual (ซึ่งมะม๊า ก็ว่าดีเหมือนกัน อย่างน้อยทางโรงเรียนเป็นอีกแรงที่จะช่วยฝึกภาษาใน ช่วงที่น้องเจอยู่โรงเรียน) แล้วพออยู่ที่บ้านหรือไปเที่ยวไหน ๆ น้องเจก็ คุย ๆ เล่น ๆ What's this? What's that? กะมะม๊าเหมือนที่เคยทำละกัน ในเทอมนี้ ก็เลยมีการปรับเปลี่ยนครูประจำชั้นของน้องเจใหม่ ... เหลือครูแคลร์ กะ ครูสุ ที่เป็นครูคนไทย แล้วย้ายครูปลา (ครูผู้ช่วย) ไปสอนห้องอื่น แล้วเปลี่ยนจาก Teacher David ที่เคยสอนน้อง ๆ วันละ 15 นาที มาเป็น Teacher Katie ให้อยู่ในห้องเรียนตลอดเวลา โดย Teacher Katie จะเป็นครูสอนภาษาอังกฤษ และร่วมทำกิจกรรม โดยพูดภาษาอังกฤษกะน้อง ๆ ตลอดทั้งวัน มันเป็นฤกษ์งามยามดีที่มะม๊าคิดว่าเป็นการเตรียมความพร้อมให้น้องเจ ที่จะเข้าสู่หลักสูตร Biligual ตอนอนุบาล 1 เต็มตัว เทอมนี้น้องเจได้ เรียนภาษาอังกฤษ การออกเสียง การใช้คำ การพูดสื่อสารง่าย ๆ เยอะขึ้น ที่สำคัญมีการเพิ่ม "เกมส์การศึกษาภาษาอังกฤษ" ด้วย ซึ่งมะม๊าก็ยัง นึกไม่ค่อยออกว่าจะออกมาแนวไหน แต่สิ่งที่สัมผัสได้ตอนนี้ ก็คือ น้องเจเข้าใจภาษาอังกฤษมากขึ้น พูดภาษาอังกฤษเยอะขึ้น ... ครูแคลร์บอกมะม๊าว่า .. น้องเจพูดชัดเจน ไม่เขินอายเวลาพูดอังกฤษ ก็ดีแล้วครับลูก ... ทำให้ดีที่สุดนะครับ .. มะม๊าเป็นกำลังใจให้ บันทึก PK Watermelon เทอม 1/2552ตอนแรกที่น้องเจเริ่มไปโรงเรียน มะม๊ากะว่าจะมาเล่าเรื่องราวของน้องเจ สัปดาห์ต่อสัปดาห์ให้อ่าน แต่ด้วยงานที่รัดตัว (จนไม่ค่อยจะทัน) อีกทั้ง ภาระที่จะต้องมาจัดการน้องเจตั้งแต่เช้ามันเยอะมากมาย ก็เลยทำให้ มะม๊าไม่ได้มาเล่าซักที ตอนนี้ก็จบเทอม 1 น้องเตรียมฯ ไปเรียบร้อย เพิ่งจะมีเวลามานั่งเขียนถึงเรื่องเรียนของน้องเจอย่างจริง ๆ จัง ๆ ซะที เรื่องเล่าเรื่องเรียนของน้องเจนี้มะม๊าสรุปมาจาก "สมุดสื่อสาร" ที่ทาง โรงเรียนบอกว่าจะเป็นสื่อกลางในการสื่อสารระหว่างบ้านและโรงเรียน ซึ่ง สมุดสื่อสารนี้จะแจ้งให้มะม๊ารู้ว่าเนื้อหา หน่วยการเรียน และแผนกิจกรรม ที่ทางโรงเรียนจัดให้น้องเจมีอะไรบ้างในแต่ละสัปดาห์ ซึ่งจะทำให้มะม๊า รู้แนวทางว่าคุณครูจะสอนอะไรน้องเจ และมะม๊าก็จะเป็นอีกแรงที่จะช่วย คุณครูฝึกฝนสิ่งที่น้องเจได้เรียนเมื่อน้องเจอยู่บ้าน โดยในสมุดสื่อสารนี้ คุณครูประจำชั้นและคุณครูผู้ช่วยจะสลับหมุนเวียนกันบันทึกถึงกิจกรรม ที่น้องเจทำ การรับประทานอาหาร และการนอน และคุณครูจะสรุป ภาพรวมพัฒนาการของน้องเจทุกวันศุกร์ ในส่วนของมะม๊านั้น จะเป็น ลักษณะที่มะม๊าแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับพฤติกรรมของน้องเจ หรือสิ่งที่มะม๊าต้องการสื่อสารให้คุณครูรับทราบและช่วยกันแก้ไข หากมีปัญหาอะไรเกิดขึ้นกับน้องเจ เทอม 1 น้องเจเรียนอยู่ห้อง Watermelon ครูประจำชั้น 2 คน คือ คุณครูสุทธินันท์ ยินดีอมรชัย (ครูแคลร์) และ คุณครูธนพร พิณสำเนียง (ครูสุ) ครูผู้ช่วย 1 คน คือ คุณครูอนงค์วดี เกตุผดุง (ครูปลา) คุณครูต่างชาติ 1 คน คือ Teacher David สรุปภาพรวมหน่วยการเรียนที่น้องเจได้เรียนไปแล้วเทอมนี้ สัปดาห์ที่ 1. มาโรงเรียนกันเถอะ
สัปดาห์ที่ 2. คุณครูผู้ใกล้ชิด
สัปดาห์ที่ 3. เพื่อนที่รัก
สัปดาห์ที่ 4. ตัวฉัน
สัปดาห์ที่ 5. ไปห้องน้ำกันเถอะ สัปดาห์ที่ 6. ฟ.ฟัน แข็งแรง
สัปดาห์ที่ 7. มือและเท้า
สัปดาห์ที่ 8. อาหารดีมีประโยชน์
สัปดาห์ที่ 9. มาดื่มนมกันเถอะ
สัปดาห์ที่ 10. ผีเสื้อ
สัปดาห์ที่ 11. ครอบครัวของฉัน
สัปดาห์ที่ 12. ผลไม้
สัปดาห์ที่ 13. ความรักของแม่
สัปดาห์ที่ 14. ของเล่นแสนรัก
สัปดาห์ที่ 15. ดอกไม้แสนสวย
สัปดาห์ที่ 16. แมงมุม
สัปดาห์ที่ 17. ผักหรรษา
สัปดาห์ที่ 18. กบ อ๊บ ๆ
สัปดาห์ที่ 19. ฝน ฝน ฝน
น้องเจ .. ดาวซัลโวที่ร้านป้านงค์วันนี้เป็นอีกวันที่มะม๊าพาน้องเจออกตะลอนดูงานทัวร์กรุงเทพฯ แล้วก็ มะม๊าก็พาน้องเจแวะกินก๋วยเตี๋ยวหมูสับ แต่น้องเจเลือกที่จะกินเป็น ข้าวหมูอบที่ร้านป้านงค์แถวเรียบทางด่วนรามอินทรา ก่อนจะไปดูงานต่อ ที่ลาดพร้าว 90 น้องเจเจริญอาหารอย่างแรง อาจจะเป็นเพราะว่าหมูอบ ที่ร้านนี้เค้าทำรสชาติออกมามีกลิ่นเนย แนวฝรั่งหน่อย ๆ เป็นที่ถูกใจ ก็เลยทำให้กินข้าวได้หมดจานแบบไม่ต้องบังคับอะไรมากมาย ก่อนจะพาน้องเจไปล้างมือ ล้างหน้า แล้วก็ฉี่ให้เรียบร้อยก่อนเดินทางต่อ สายตามะม๊าไวอะไรจะขนาดนั้น เดินป๊ะเข้าให้กะ "ณัฐวุฒิ ไสยเกื้อ" (ซึ่งมีหน้าตาคล้าย ๆ กับเฮียตง พี่ชายของปะป๊าน้องเจ) และด้วยสมอง กะปาก (ที่ก็ไวไม่แพ้สายตา บวกกะความลืมตัว) หันไปบอกปะป๊าทันที "เฮ๊ย .. เสริมชัย ญาติมา" ก็เลยทำให้เสริมชัยกะณัฐวุฒิพยักหน้ายิ้มให้กัน ประหนึ่งว่า ... เสื้อแดงเจอเสื้อแดง แสดงออกถึงมิตรไมตรีด้วยรอยยิ้ม แล้วเราก็พาน้องเจไปทำธุระจนเสร็จเรียบร้อย น้องเจกลับมาที่โต๊ะ ด้วยความขาไม่อยู่สุข เตะถังขยะ (ว่างเปล่า) เปรี้ยงเข้าให้ ถังขยะนั้นกลิ้งไปโดนขาโต๊ะของคนที่นั่งข้าง ๆ ทั้งโต๊ะนั้นก็กรี๊ดกันซะเสียงดัง น้องเจหัวเราะชอบใจใหญ่ ... เสร็จแล้วก็เตะอีกรอบ ... ซัลโว ดังเปรี้ยงงงง ... หนักกว่าเดิมอีก รอบนี้ทำให้เฮียณัฐวุฒิหันมายิ้มให้น้องเจอีกครั้ง ซึ่งก็เหมือนกะครั้งแรก ที่น้องเจชอบใจ ทำให้น้องเจเตะอีกรอบ จนทำให้ครั้งนี้มะม๊าต้องตีขา แต่ก็ใคร ๆ ในร้านเห็นว่าน้องเจเป็นเด็ก (ร่าเริงมากมาย) หัวเราะตาม อย่างสนุกสนาน จากนั้นมะม๊าก็พูดขอโทษกะทุก ๆ คนที่อยู่แถวนั้น แล้วรีบจูงน้องเจออกจากร้าน เพราะเกรงว่าจากที่ทุก ๆ คนเอ็นดู จะกลายเป็นรำคาญไป ... คราวนี้มะม๊าไม่ได้พกกล้องไปด้วย ไม่งั้นจะให้น้องเจถ่ายรูปกะณัฐวุฒิ แล้วให้น้องเจร้องเพลง "รักคนเสื้อแดง" ให้ฟังซะกะหน่อย ... น้องเจไปร้องกะเต้น (ซะพลิ้ว) ต่อหน้าอาม่า ... "ผมรักคนเสื้อแดง .. แดง ... ทั่วแผ่นดิน ..." ทำให้อาม่าหัวเราะแล้วบอก กะน้องเจว่าไปร้องเสื้อแดงที่อื่นน๊า ร้านอาม่าเนี่ยไม่ใช่เสื้อแดง แต่น้องเจก็ยังร้องเพลงแหย่อาม่าอยู่บ่อย ๆ เพราะน้องเจ "เสื้อแดง" น้องเจก็หัดใส่กางเกง (เอง) สิครับ!เมื่อเช้าวันก่อนน้องเจเกิดอาการงอแง (และงัวเงีย) ตื่นขึ้นมา เป็นไปได้ว่า น้องเจอาจจะนอนไม่พอ (เพราะอาการแบบนี้จะออกทุกทีจนมะม๊าจำได้) น้องเจบอกมะม๊าว่าจะกินนม Give me a bottle of milk, please. มะม๊าจัดแจงให้เหมือนทุกวันที่ทำ แต่ว่าเรามีสัญญา (ใจ) ระหว่างแม่กะลูก ที่น้องเจต้องทำหลังจากกินนมทุกครั้งคือ ... ไปห้องน้ำและฉี่ให้เรียบร้อย เผอิญว่าวันนั้นมะม๊าก็งัวเงียเหมือนกัน เพราะแต่ละวันตอนเทศกาลกินเจ ลูกค้าเยอะมาก และทำให้เพลีย ไม่อยากจะลุกทำอะไรทั้งสิ้น น้องเจก็ยังคงน่ารักเหมือนทุกที ก็คือยอมไปห้องน้ำและฉี่โดยดี ... แต่ว่าคราวนี้แตกต่างจากทุกทีตรงที่ว่าไม่ยอมใส่กางเกงเอง มานั่งงอแงอยู่ตรงปลายเตียง บอกว่าจะให้มะม๊าใส่ให้ ... ด้วยความหงุดหงิดของมะม๊า (ที่อยากให้น้องเจทำอะไรเองมากกว่า) เพราะน้องเจโตพอที่จะต้องทำอะไรเองบ้างแล้ว .... มะม๊า : น้องเจครับ ... ใส่กางเกงสิครับ แล้วไปนอนต่อ น้องเจ : จะให้มะม๊าใส่ให้ครับ มะม๊า : ใส่เองสิครับ โตแล้ว เหมือนที่คุณครูสอนงัย น้องเจ : มะม๊าครับ จะให้มะม๊าใส่ให้ครับ มะม๊า : ใส่เองสิลูก โตแล้วนะครับ (ปะป๊ามองน้องเจแล้วยิ้ม) น้องเจ : มะม๊า ..... ครับ มะม๊า : ..... (มะม๊าลงไปนอนต่อ -- รู้จักลูกตื้อน้องเจดี) น้องเจ : มะม๊า ...... (ยังไม่ลดละความพยายาม) มะม๊า : น้องเจครับ ถ้าหากว่าวันนึงน้องเจไม่มีมะม๊า ใครจะใส่ให้ครับ น้องเจ : (น้ำตาเปื้อนแก้ม) ... ก็ให้ปะป๊าใส่ให้งัยครับบบบ .. มะม๊า : ปล่อยหัวเราะออกมาดังมาก (ปะป๊าที่อมยิ้ม ก็หัวเราะด้วย) แล้วมะม๊าก็แพ้ใจ ... ใส่ให้น้องเจอีกแล้ว แล้วก็สอนน้องเจด้วยล่ะ น้องเจต้องหัดทำอะไรเอง เผื่อว่าวันนึงไม่มีมะม๊าอยู่น้องเจจะได้ทำเป็น เข้าใจมั๊ยครับบบ .. น้องเจตอบเสียงดังฟังชัด ... เข้าใจคร๊าบบบบ น้องเจ กะ เกมส์จับคู่ (อีกแล้ว)มะม๊าเสีย self ไปซักนิดที่พลาดไม่ได้ชาร์จกล้องดิจิตอล (กลัวแบตฯหมด) ก็เลยตัดสินใจไม่ใช้โหมดถ่ายวีดีโอ เพราะว่ามะม๊าบอกครูแคลร์ว่าจะฝากกล้องไปถ่ายรูปเด็ก ๆ ตอนที่ไป ทัศนศึกษาที่พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ เกมส์จับคู่วันนี้ก็เลยได้แค่เป็นรูปภาพนิ่งเท่านั้น แต่ก็โอเคนะ มะม๊าสอนน้องเจแป๊บเดียวเอง เกมส์จับคู่นี้ก็แค่ทดสอบความจำน้องเจ ก็ได้ผลอย่างที่เห็นในรูปค่ะ (รูปนี้ถ่ายเมื่อวันที่ 15/10/52 ค่ะ) น้องเจ ... กะ Special Trip to เมืองโบราณนับว่าก่อนเปิดเรียนแคมป์น้องเจก็ได้เที่ยว ได้เล่นอย่างเต็มที่ และนี่ก็เป็นอีกหนึ่งสถานที่มะม๊าเลือกพาน้องเจไป ... "เมืองโบราณ" (เอาไว้จะเอาเรื่องเกี่ยวกับเมืองโบราณมาเขียนให้อ่านเป็นความรู้นะ) ณ ที่นี้น้องเจตื่นตาตื่นใจกับการไปเที่ยวในที่ที่รวมสถานที่ต่าง ๆ ทั่วไทย มาไว้ที่นี่ที่เดียว น้องเจอาจจะยังเด็กเกินไปที่จะเรียนรู้ประวัติศาสตร์ แต่มะม๊าว่าก็เป็นสิ่งที่ดีที่พาน้องเจไปในสิ่งที่น้องเจไม่เคยรู้ไม่เคยเห็น งานนี้น้องเจได้นั่งรถราง ได้ถ่ายรูปสถานที่ต่าง ๆ ได้ไปสวดมนต์ ต่อหน้าพระแม่กวนอิมกะมะม๊า แล้วก็ประกาศชัยชนะที่เขาพระวิหาร (เหมือนกะแนวร่วม พธม. ที่มาประกาศชัยชนะกันที่นี่ด้วย ตอนแรกมะม๊านึกว่าข่าวลือ หรือไม่ก็พวกเสื้อแดงคงพูดมั่ว แต่แล้วเมื่อเจ้าหน้าที่ได้ยินเราพูดเรื่องเขาพระวิหาร ก็กุลีกุจอเข้ามาอธิบาย และด้วยความคันปากของมะม๊า ก็เลยถามไปว่ามีคนมาประกาศชัยชนะมั๊ย เจ้าหน้าที่บอกว่ามี .. แต่ว่ามะม๊าคงไม่กล่าวถึงเค้าหรอก รอบแรกเรานั่งรถของเมืองโบราณทัวร์จนทั่วเลย ... จากนั้นมะม๊าตัดสินใจบอกปะป๊าว่าเราควรไปเอารถเราขับอีกรอบ เพราะเราจะได้เลือกสถานที่ลงไปถ่ายรูปได้ ไม่ต้องเหนื่อยรอต่อรถ ปะป๊าเห็นด้วย โดยปะป๊าไปเอารถ ส่วนมะม๊ากะน้องเจไปเอารูปถ่าย เป็นของที่ระลึกจากเมืองโบราณ ถึงแม้ว่าราคาอันละตั้ง 100.- คือราคา (ในสายตาเรา) มันไม่แพงเท่าไหร่ แต่ถ้าเทียบกะคุณภาพ มะม๊าว่าเค้าน่าจะขายแค่ 50.- มากกว่า แต่ก็ถือว่าไทยช่วยไทย อีกอย่างน้องเจก็อยากได้ รูปน้องเจเองก็น่ารักมากมาย ไม่ผิดหวัง วกกลับมาเรื่องเที่ยวนี้ก่อนดีกว่าเน๊อ พอได้รถแล้ว จุดแรกที่เราไปเลย ก็คือ "ตลาดน้ำดำเนินสะดวก" ที่เลือกตรงนี้เพราะว่า มะม๊าอยากให้น้องเจได้เห็นแม่ค้าพายเรือขายของ เดินไปตามสะพาน ให้อาหารปลา แล้วก็ได้ดูการใชัชีวิตความเป็นอยู่ของชาวบ้าน แล้ววันนึงปะป๊ามะม๊าจะพาน้องเจไปสัมผัสของจริงที่ "ราชบุรี" นะครับ จุดต่อไปที่มะม๊าแวะถ่ายรูปคือเหมือนเป็นส่วนของความเชื่อเพื่อสั่งสอน สิ่งที่ดี ๆ ให้แก่คนรุ่นหลัง มะม๊าเลือกถ่ายรูปวัดที่ด้านในเป็นที่ประดิษฐาน ของ "พระศรีอารย์" ซึ่งมีความเชื่อว่าจะเป็นพระพุทธเจ้าองค์ต่อไป และต่อไปนมัสการและสวดมนต์บทสรรเสริญพระแม่กวนอิมกะน้องเจ ที่ด้านหน้าขององค์พระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร (ปางทิเบต คล้ายที่ อยู่ตรง รพ. เทียนฟ้าเลย แต่ต่างกันตรงที่นี่ พระแม่ฯ ใบหน้าที่ดูออกแขก ๆ) และข้าง ๆ มะม๊าสังเกตว่ากำลังสร้างองค์ที่เป็นปางพันมือ เอาไว้คราวหน้า มะม๊าคาดว่าจะมาใหม่และจะต้องถ่ายรูปให้ได้ เพราะขนาดที่ยังไม่เสร็จ ยังดูสวยงามมากมายเลยล่ะ แล้วเราก็ขับรถไปตามทาง มะม๊าชี้และอธิบายสถานที่ต่าง ๆ ที่มะม๊าพอรู้ให้น้องเจได้ดูพร้อม ๆ กัน แล้วไปหยุดที่เรือยักษ์ที่จำลองมาจาก "วัดยานนาวา" มะม๊าขึ้นไปถ่ายรูป (อีกแล้ว) ตัวมะม๊าเหลือจิ๋วนิดเดียวเอง แล้วเราก็ผ่าน ไปอีกหลายสถานที่ จนมาถึง Highlight ของที่เมืองโบราณนี่ .... ก็คือ "เขาพระวิหาร" ซึ่งมะม๊ากะน้องเจเก็บภาพที่นี่เยอะมากมายเป็นพิเศษ น้องเจเองก็ไปลอดตามช่องประตูหน้าต่างสนุกไปเลย จนกระทั่ง ขาออกมะม๊าขอให้แวะปราสาทหินพิมาย ปราสาทหินพนมรุ้ง .... ซึ่งเป็นสถานที่ที่มะม๊าอยากจะไปสุด ๆ ... ปะป๊าสัญญาแล้วนะ ... ว่าจะพาเราสองคนไปเที่ยวสถานที่จริงให้ได้ มะม๊าจะเก็บรูปให้หนำเลย และท้ายสุด .. สุดท้าย ก่อนออกจากเมืองโบราณ ... มะม๊ากะน้องเจ ก็ได้ไปถ่ายรูปที่พระราชวังดุสิต และวัดพระศรีสรรเพ็ชร ด้วย เรียกว่า Trip นี้วันเดียว ... เที่ยวทั่วไทย เหนือ จรด ใต้ เลย น้องเจเพลียหลับไปจนกลับถึงบ้านเลย ... ศิ ล (เ) ป (อ) ะ -- ฝี มื อ น้ อ ง เ จหลังจากเมื่อพุธที่แล้ว 30/9/52 ปะป๊าไป admit ที่ รพ.วิภาวดี ตามที่คุณหมอนัดส่องกล้องเพราะกรดไหลย้อน และแน่นท้อง ผลสรุปก็คือปะป๊าก็เป็นกรดไหลย้อน แล้วก็ติดเชื้อแบคทีเรียที่กระเพาะ ซึ่งคุณหมอบอกว่าถ้าไม่รักษาเชื้อนี้ จะทำให้เป็นมะเร็งกระเพาะในอนาคต สุดท้ายหมอตัดตอนโดยให้ยาฆ่าเชื้อมาก่อนอย่างแรกประมาณอาทิตย์นึง แล้วค่อยมาต่อเรื่องกรดไหลย้อน ที่ย้อนหนักมาจนถึงคอ แล้วระคาย ทำให้เกิดอาการไอ (แล้วเข้าใจผิดคิดว่าเป็นหวัดไปเป็นอาทิตย์ซะงั้น) พอปะป๊าออกจาก รพ. -- น้องเจก็ชวนปะป๊าไปโยนบาสฯ ที่ฟิวเจอร์ฯ แต่ก็เป็นอะไรที่แปลกมากมายที่น้องเจขอปะป๊าระบายสีปูนปาสเตอร์ ทั้ง ๆ ที่ก่อนหน้านี้มะม๊าก็ชวนแล้วชวนอีก น้องเจไม่ยอม ..... มางานนี้ น้องเจขอปะป๊ามาฟิวเจอร์ฯ 2 วันติด ... ติด .... เลย ระบายปูนปาสเตอร์ไปตั้ง 5 อันแน่ะ ... มะม๊าก็เป็นอะไรที่พลาดไม่ได้อยู่แล้ว .. ก็หยิบกล้อง แชะ ! ซะเลย ดูรูปเลยจ้าา ... ว่าผลงานน้องเจ .. เป็นจ๊ะได๋บ้าง ... (ตุ๊กตาที่น้องเจระบายสีแล้ว ... เอาไปแจกเรียบร้อย ดูเลยใครได้มั่ง) รับสมุดพก น้องเตรียมฯ เทอม 1 - 30/08/2552หลังจากที่ปิดเทอมไปแล้วอาทิตย์นึง น้องเจก็ป่วนอยู่ที่บ้านมากมาย
วันนี้ 30/08/2552 เป็นวันที่โรงเรียนนัดให้มะม๊าไปรับสมุดพก ตอนแรกนึกว่าจะโดนคุณครู 3 คนรุมมะม๊าคนเดียวแล้วนะเนี่ย ก็ยังดีที่ว่าปะป๊าไปเอาสมุดพกด้วยกันได้ บรรยากาศเป็นกันเองดี น้องเจเป็นคิวที่สองต่อจากน้องต้นข้าว ซึ่งนับว่าเร็วกว่าเวลานัดครึ่งชั่วโมง ตลอดทั้งเทอม น้องเจหยุดไปตั้ง 25 วัน อาการป่วยล้วน ๆ เลย ผลงานของน้องเจที่คุณครูเย็บเล่มให้ก็เลยดูไม่มากเท่าเพื่อนคนอื่น ๆ มะม๊าได้ดูรูปถ่ายกิจกรรมของน้องเจและเพื่อน ๆ ด้วย มะม๊าว่าก็ดูน้องเจกะตือรือล้นดีที่เข้าร่วมกิจกรรมที่คุณครูให้ทำ คุณครูแคลร์บอกว่าเวลาฟังนิทาน น้องเจจะนั่งตรงกลางเลย เหมือนจะเลือกที่นั่งให้เห็นหนังสือและตั้งใจฟังครูสุด ๆ เวลาเรียนภาษาอังกฤษกับ Teacher David ก็ตั้งใจและมีส่วนร่วม ชอบร้องเพลง นับเลขภาษาจีนกลาง แล้วก็นับเลขถอยหลัง คุณครูบอกว่าน้องเจนับเลขถอยหลังทั้งไทยและอังกฤษได้อยู่คนเดียว สามารถบอกตัวเลขหรือตัวอักษรได้แบบไม่ต้องเรียงตามตัว ผลการประเมินทางกายภาพที่อยู่ในระดับปานกลางก็มีอยู่ไม่กี่เรื่อง จะเป็น "เรื่องของการใส่เสื้อผ้า ถุงเท้า รองเท้าด้วยตัวเอง" ซึ่งคงเป็นปัญหากะเด็ก ๆ ทุกคน (แต่เวลาอยู่บ้านทำไมน้องเจทำได้ดีหว่า) อีกสองเรื่องที่มะม๊าคิดว่าต้องจับน้องเจปรับตัว ก็คือ "เรื่องการแบ่งปัน" และ "เรื่องการพูดจา" คุณครูบอกว่าเวลาเล่นของเล่น ยังออกอาการหวงของอยู่บ้าง (แต่ของกินไม่หวง) อีกเรื่องคือการพูด "สวัสดี ขอบคุณ ขอโทษ" ไม่ใช่น้องเจพูดไม่เป็น ครูบอกว่าคุณครูยังต้องทวงบ้าง เวลาทำผิดให้ขอโทษ ทำนองนั้น ทางกลับกันคือ น้องเจเป็นเด็กที่พูดฉะฉานและพูดเพราะ ทั้งสามเรื่องนี้ ... ครูประเมินให้อยู่ระดับ "ปานกลาง" ส่วนเรื่องอื่น ๆ ก็อยู่ในระดับ "ดี" ผลการประเมินด้านสติปัญญา อยู่ในระดับ "ดี" เกือบทุกกิจกรรม ยกเว้น "การพูดหน้าชั้น" และ "การเต้น การแสดงออก" ครูบอกว่าการพูดหน้าชั้นยังเล่าเป็นเรื่อง ๆ ไม่ได้ แต่จะออกมาในลักษณะ พูดเป็นคำ คือครูถามก็จะตอบ ไม่ค่อยยอมเล่าอะไรซักเท่าไหร่ และเวลามีกิจกรรมให้เต้นเข้าจังหวะเพลง ก็ยังมีเขินอายอยู่ แล้วก็อีกกิจกรรมนึงที่ครูบอกให้ทำแล้วเหมือนน้องเจเค้าเล่น ๆ ครูก็เลยประเมินให้อยู่ในระดับ "ปานกลาง" คือ ... "การยืนขาเดียว 3 วินาที" ก็น้องเจมัวแต่เล่น ครูจับเวลาไว้ก็ได้เท่าที่ได้ ทั้ง ๆ ที่อยู่ที่บ้านก็ทำท่านี้ให้ดูอยู่บ่อย ๆ ... ผลการประเมินโดยรวมของทั้งเทอม มะม๊าก็ค่อนข้างภูมิใจ ที่ส่งน้องเจไปเรียนแล้ว ผลออกมาเป็นที่น่าพอใจ ถึงแม้ว่าบางอย่าง มะม๊าอาจจะต้องเคี่ยวเข็ญน้องเจเพิ่ม (ทั้งที่ไม่ใช่ปัญหาใหญ่) เพื่อน ๆ คนอื่นอาจจะมีปัญหามากกว่า .. แต่เพื่อความไม่ประมาทและ เป็นการวางพื้นความรู้ให้น้องเจ .. มันก็คือหน้าที่ของมะม๊า (อีกนั่นแหละ) ที่จะทำให้น้องเจประสบความสำเร็จตรงนี้ได้ ... แต่น้องเจก็ต้องให้ความร่วมมือเวลาที่มะม๊าสอน เตือน หรือให้ทำด้วย ถ้าไม่ช่วยเหลือตัวเอง แล้วใครจะช่วยได้ใช่ป่าวครับ .... บล็อคหน้า ... มะม๊าจะรวบรวมผลงานประดิษฐ์ ผลงานการใช้กล้ามเนื้อมือ และรูปกิจกรรมที่ทางโรงเรียนถ่ายไว้มาให้ดูนะคร๊าบบ ที่ขาดไม่ได้อีกอย่างก็คือ "สมุดพก" มะม๊าจะเอามาลงไว้ให้ดูด้วย .. ของขวัญวันแม่ : น้องเตรียมฯ Watermelon 12/08/2552
สุดท้ายแล้ว น้องเจ (กะคุณครู) ก็ไม่ได้ทำให้มะม๊าผิดหวัง หัวใจรูปน้องเจกะมะม๊า ปะรูปมือน้อย ๆ ของน้องเจกะ เสียดาย "น้องพัตเตอร์" จังเลย !บล็อกนี้อยากจะเล่าถึงเด็กผู้ชายคนนึงน่ารัก ฉลาด เป็นเพื่อนน้องเจ เป็นเด็กที่มะม๊าค่อนข้างประทับใจเมื่อตอนไปแคมป์น้องเจ เพราะว่า ... น้องเค้ากล้ามาก ... มาประกาศว่า "พี่น้องเอ้ยยยยย แล้วก็ท่อง กข.....ฮ แล้วต่อด้วย ABC....... Z" (อ้อ! ไม่ใช่ประทับใจที่น้องเค้าเป็นพันธมิตรตั้งแต่เด็กหรอกน๊า .. อีกอย่าง .. มะม๊าก็ไม่ใช่พวกเสื้อเหลืองด้วยอะจิ ... หุหุ) เด็กคนนี้ไม่ใช่ใครอื่นไกล "น้องพัตเตอร์" เพื่อนของน้องเจงัยครับ น้องพัตเตอร์อายุมากกว่าน้องเจแค่ 20 กว่าวัน และเป็นอีกคน ที่โดนปัดลงมาให้อยู่ชั้นน้องเตรียมฯ (เหมือนกับน้องเจ) เพราะว่าอายุไม่ถึงเกณฑ์ที่จะเข้าชั้นอนุบาล 1 แล้วก็เป็นคู่ซี้ คู่หูดูโอ้ กะน้องเจด้วยนะ เล่นไหนเล่นด้วย โดนทำโทษก็โดนด้วยกัน เรียนไหนเรียนด้วย (ตอบกันได้อยู่สองคน) จนคุณครูบอกว่าสองคนนี้น่าจะไปอยู่ชั้น อนุบาล 1 เพราะคนอื่นที่เรียนในห้องน้องเตรียมฯ สอนอะไรก็ยัง งง-งง มีแค่สองคนเท่านั้นแหละที่ตอบได้และรู้เรื่อง .... อยู่มาช่วงนึงที่ "ไข้หวัดใหญ่ 2009 ระบาดหนักที่ชลบุรี" ต้องยอมรับตามตรงเลยว่า ... มันมากซะจนน้องเจเอง ... ก็ติด แล้วเราก็กลับไปอยู่ที่รังสิตกันเป็นอาทิตย์ กักตัวไม่ไปไหนกันเลย น้องพัตเตอร์เอง ... ก็ไม่ได้ติดหวัดใหญ่ 2009 หรอก แต่ก็หยุดไปโรงเรียนอยู่บ่อยครั้ง (อาจจะไม่สบายอย่างอื่นด้วย) พอไข้หวัดใหญ่ สายพันธุ์ใหม่ ระบาด น้องพัตเตอร์ก็ยิ่งหยุดยาว ด้วยว่าคุณแม่ของน้องพัตเตอร์กลัวว่าน้องเค้าจะติดโรคนี้ เวลาผ่านไป จนกระทั่งน้องเจก็กลับมาเรียนแล้ว รัฐบาลเอง .. ก็ลดการเสนอข่าวเหลือแค่อาทิตย์ละวัน ก็คงทำให้คุณแม่ของน้องพัตเตอร์เองยิ่งอดห่วงไม่ได้ เพราะทุกวันก็ไม่ได้อยู่กะน้องพัตเตอร์ น้องพัตเตอร์อยู่กะย่ากะยาย แต่คุณพ่อคุณแม่ทำงานที่กรุงเทพฯ ... น้องเจก็ไม่เห็นเล่าเรื่องน้องพัตเตอร์ให้ฟังเหมือนเคย พอถามน้องเจ ... ก็ได้แต่บอกว่าพัตเตอร์ไม่มาโรงเรียนแล้ว ก็เลยฝากให้น้องเจไปถามครูว่าเมื่อไหร่พัตเตอร์จะมา .. จะได้แค่คำตอบว่า ... เดี๋ยวพัตเตอร์ก็มา (ก็นึกว่าไม่สบาย) แต่นี้จะหมดเทอมแล้วนะ ก็ยังไม่เห็นวี่แววว่าจะมาเลย วันนึงพอดีมะม๊าได้เจอครูแคลร์ ก็เลยสอบถาม จึงได้รู้ว่า ... คุณแม่ของน้องพัตเตอร์ได้ตัดสินใจให้น้องพัตเตอร์ดร็อป ... แบบไม่มีกำหนด หากจะมาเรียนที่นี่ก็จะแจ้งคุณครูอีกครั้ง ทำให้มะม๊าเสียดาย เพื่อนน่ารัก ฉลาด ๆ ของน้องเจคนนี้อย่างแรง มะม๊าคิดเอาเองว่า .. ก็คงไม่น่าจะใช่แค่เรื่องไข้หวัดที่ระบาดหรอก แต่อาจจะเป็นแนวการสอนที่อาจจะไม่่ใช่แนวที่น้องพัตเตอร์เป็น เพราะน้องพัตเตอร์มาในแนวเด็กวิชาการ ท่องได้หมดเลย ฉลาดเป็นกรดมากมาย น่ารักด้วย ... เวลามะม๊าไปรับน้องเจ มะม๊าอดไม่ได้ที่จะเข้าไปทักทาย ไปเล่น ไปกอดน้องพัตเตอร์ ซึ่งน้องพัตเตอร์ก็น่ารักที่มาเล่น มาทักทายมะม๊า อย่างน่ารักด้วย มะม๊าเล่าเรื่องนี้ให้น้องเจฟัง ... เพราะว่าอยากให้เก็บน้องพัตเตอร์เป็นความทรงจำที่ดีในชั้นน้องเตรียมฯ เผื่อว่าอนาคตได้มีโอกาสเจอกัน อาจจะได้เล่าเรื่องพวกนี้ ให้น้องพัตเตอร์ได้ฟังด้วย ... รู้มั๊ยคร๊าบบบ .. น้องเจ! ลูก .. พูดเก่ง เข้าใจพูด เหมือนใครน๊า!เรื่องของเรื่องที่ตั้งกระทู้มา มะม๊าก็ไม่มีอะไรมากมาย แต่เป็นความประทับใจที่มะม๊าได้เห็นพัฒนาการ และสิ่งใหม่ ๆ ที่ได้เกิดกับน้องเจนะครับ ... ลูก ! "น้องเจเป็นเด็กฉลาดพูด พูดเก่ง เข้าใจพูด" แล้วก็ "ความจำดี" มาก ๆ .. ก็อย่างเมื่อคืนที่เราไป กิน Hot Pot ระหว่างทางมะม๊าได้ถามน้องเจงัยว่า วันนี้เรียนเรื่องกบ .. ครูสอนอะไรมากน๊า .. กบเกิดจากอะไร แล้วเป็นอะไรก่อนจะได้มาเป็นกบ น้องเจก็ตอบมะม๊าอย่างมั่นใจเลยว่า .... "กบก็เกิดจากไข่ แล้วก็เป็นลูกอ๊อด ถึงจะเป็นกบ" แล้วลูกอ๊อดล่ะ ... เป็นยังงัย (มะม๊าแอบถาม) "ลูกอ๊อดก็อยู่ในน้ำ มีหาง แล้วก็มีขาหลังงัย ...." แล้วจะเป็นกบได้งัยล่ะ ... (มะม๊าเริ่มสงสัย) "ก็มีขาหน้า แล้วหางหดเข้าไป ก็เป็นกบแล้ววว" อาม่า เหล่าอี๊ มะม๊า ก็ยิ้มมองหน้ากันเลย โอ้ววว ... วันนี้สัปดาห์แรกของการเรียนเรื่อง "กบ" เก่งจังครับที่ตอบได้มากมายขนาดนี้ อากู๋ ... กะลังขับรถเกิดอาการงงเต็กขึ้นมา (แกล้ง) ถามน้องเจว่า แล้ว "กบภาษาอังกฤษว่างัยนะ" น้องเจตอบชัดถ้อยชัดคำเลยว่า Frog .... แต่ดูเหมือนกู๋ไม่เชื่อนะ ก็เลยถามซ้ำเนี่ย ... น้องเจก็ยังคงตอบเหมือนเดิม ออกเสียง g ชัดแจ๋วเลย ไม่เสียแรงนะเนี่ย .. ที่มะม๊าส่งให้ไปเป็นน้องเตรียมฯ หวังว่าน้องเจจะตั้งใจเรียนทุกวัน อย่างที่คุณครูบอกมะม๊านะครับ! n'JaY ไปโรงเรียนไม่ร้องไห้ (อีก) แล้วครับ!จากความผิดพลาดเมื่อครั้งไปส่งน้องเจที่โรงเรียนคราวที่แล้ว (นู้น)... ที่ คุณครูรับน้องเจจากมือมะม๊าไป น้องเจกำลังตามครูไป
ครูเวรที่หน้าประตูขาว พลาด! เปิดประตูให้ไม่ทัน น้องเจก็ไหวตัวทัน
หันหลังมามองว่ามะม๊าอยู่ที่ไหน ปะป๊าที่อยู่ในรถ ปลดล็อครถไม่ทัน (อีก)
ทำให้น้องเจเห็นว่ามะม๊ากะปะป๊ากำลังจะทิ้งน้องเจไว้ที่โรงเรียน
ตั้งแต่วันนั้น...น้องเจก็จะร้องไม่ไปโรงเรียน ไม่ใส่ชุดนักเรียน
กลัวมะม๊าทิ้งอยู่โรงเรียน .... เป็นอย่างนี้มาเป็นเดือน (จนทำให้มะม๊าคิดว่าจะจบเทอมแล้ว ร้องอยู่คนเดียวในโรงเรียน ... แล้วจะหยุดเมื่อไหร่ .. จะหยุดซะทีได้ม๊ายยยยยย) เมื่อน้องเจหยุดไม่สบาย ก็ยิ่งหนักเลยทีนี้ หยุดยาวเกือบเดือน
ทุกอย่างที่เคยปลูกฝัง สั่งสมมาตั้งแต่เข้าแคมป์ ต้องเริ่มใหม่หมด
มะม๊าเห็นคุณแม่ของพี่ อ.1 คนนึงไปส่งถึงที่ห้องได้ เลยปิ๊งไอเดีย
ถ้าหากไปส่งน้องเจถึงที่ห้อง น่าจะทำให้น้องเจอุ่นใจว่าไม่โดนทิ้งแน่ ๆ
เลยขออนุญาตครูไปส่งที่ห้องทุกวัน แต่ถึงกระนั้น...
น้องเจก็ยังไม่ยอมเข้าห้องอยู่ดี เกาะขามะม๊าอยู่อย่างงั้น บางทีเข้าห้องไป ก็ต้องให้มะม๊าตามเข้าไปด้วยทุกครั้งไป ... น้องเจเป็นนักเรียนคนเดียวในโรงเรียนที่ยังร้องหามะม๊าอยู่ในเวลานั้น
จนถึงที่สุดมะม๊าออกมุขอุบายว่า ...
ครูเต่า (ครูใหญ่) เรียกมะม๊าไปพบเรื่องน้องเจและดุมะม๊าด้วย ว่าน้องเจร้องไห้เสียงดัง รบกวนเพื่อน ๆ พี่ ๆ และคุณครูในโรงเรียน ทำให้มะม๊าร้องไห้เสียงดังใหญ่เลย หลังจากวันนั้น มะม๊าใช้มุขนี้ปราบ เพราะน้องเจไม่ชอบให้มะม๊าร้องไห้
ตั้งแต่ที่มะม๊าใช้มุขนี้อยู่ซัก 2 – 3 วัน น้องเจเริ่มชินกับโรงเรียน
ถึงแม้ว่าจะออกอาการเกร็ง ไม่ทักครู แล้วจ้ำอ้าวเดินจะให้ถึงห้องเท่านั้น
แต่ก็เป็นนิมิตหมายที่ดีว่าน้องเจเริ่มจะหยุดร้องไห้ได้แล้ว
จนเมื่อประมาณปลายเดือนกรกฏาคม 52 มะม๊าพาน้องเจไปส่งที่ห้อง
หวั่นเหลือเกินว่าจะร้องไห้เหมือนทุกวัน .. มะม๊าใจสั่น ตื่นเต้นทุกครั้งที่ส่ง
ปรากฏว่าวันนั้นไปส่งถึงหน้าห้อง น้องเจเอากระเป๋าไปเก็บ
โบกมือบ๊ายบายให้มะม๊าด้วย บอกว่า “เจ่เจ๊ไม่ร้องไห้แล้วครับ” มะม๊าเดินยิ้มไปขึ้นรถเลยล่ะ ดีใจสุด ๆ เลย หลังจากวันนั้น มะม๊าไปส่งที่ห้องอย่างเดิม น้องเจไม่ร้องไห้อีกเลย น้องเจได้ดาวเด็กดีจากครูสุกลับมาอวดที่บ้านทุกวันเลย
ตอนนี้มะม๊าให้น้องเจถือของไปเอง มะม๊าไม่จูงอีกแล้ว
พอถึงห้องก็ให้เข้าห้องเองเลย มะม๊าบอกน้องเจไปว่าตั้งแต่กลางเดือนสิงหาคม 52 นี้
มะม๊าจะส่งแค่ตรงหน้าห้องธุรการ แล้วให้น้องเจเดินเข้าไปเอง ถึงตอนนี้กันยายน 2552 น้องเจปรับตัวได้ดีมากขึ้น น่ารักขึ้น รู้จักหน้าที่ ไม่งอแงอีกแล้ว มะม๊าส่งที่รถแล้วคุณครูมารับ น้องเจสวัสดีคุณครู แล้วเดินไปที่ห้องเรียนเองแล้ววว เก่งมาก ๆ ครับน้องเจ .... ลูกมะม๊า! ที่แท้ .. ก็ติดหวัดใหญ่ 2009 (จนได้)ตอนที่กลับบ้านไปพักฟื้นปอดบวม เราอุตส่าห์กลับบ้านรังสิต อยู่ได้แค่ 3 วันกว่า ๆ เท่านั้นเอง เอ๊ ... น้องเจมีไข้สูงปรี๊ดดดด ... แต่ก็ยังกินได้ นอนหลับ เล่นกะมะม๊าอยู่เลย คืนนั้นเลยรอดูอาการ วันรุ่งขึ้น ก็เอาอีก ตัวร้อนมาก ไข้ไม่ลดซะที เราตัดสินใจบอกคุณเท้ง ว่าสงสัยต้องกลับไปให้หมอดูอาการนะ เพราะเช็ดตัวแล้วไข้ไม่ลดเลย เรากะคุณเท้ง "หัวปั่น" วิ่งกันจ้าละหวั่น โทรแจ้ง รพ. ให้เก็บประวัติ แล้วขอให้คุณหมอรอก่อน เพราะกลับขับรถมุ่งหน้าไปศรีราชา ถึง รพ. ปุ๊บ น้องเจจิ้มจมูกตรวจ Flu รอบที่ 3 ดังนั้นเรากะคุณเท้งก็คงมีความเสี่ยงที่อาจจะเข้าข่ายป่วยได้ ก็เลยต้องไปจิ้มจมูกกะเราด้วย (น้ำตาเราเล็ดเลยอะ .. เจ็บมาก) ผลจิ้มของน้องเจ Positive ส่วนของเรากะคุณเท้ง Negative หมอแนะนำว่าไม่ต้องผลตรวจหรอก เพราะกว่าจะได้ผลก็ 5 วัน แล้วก็เสียค่าใช้จ่ายตั้ง 3,000.- หมอบอกว่าจะให้ยาทามีฟูมากินเลย แต่ต้องกินหมดทั้ง 5 วัน มะม๊าก็เลยผสมกะนมแล้วให้น้องเจกิน ยาเนี่ยตอบสนองอาการป่วยของน้องเจดีมาก ๆ ไข้ลด ไม่ทรุด (แสดงว่าต้องไข้หวัด 2009 อย่างที่หมอบอกแน่นอน) วันนี้ยาหมดแล้วหมอ ก็ไปหาหมอตามนัดอีกครั้ง หมอจัดยาทามีฟูให้อีก 5 วัน กำชับว่าให้กินให้หมด ไม่งั้นจะดื้อยา มะม๊าจัดให้ .. ทำให้น้องเจหายป่วย แต่กว่าจะได้ไปโรงเรียนก็หยุดอีก จนครูคงสงสัยว่าหายไปไหนอีกแล้ว 2 อาทิตย์กว่า ๆ เลยโทรหามะม๊า มะม๊าบอกความจริงไป ทำให้ครูเข้าใจและให้น้องเจหยุดเรียนต่อ หมอเองยังงงและสงสัยว่าน้องเจติดหวัด 2009 ไปได้ยังงัย หรืออาจจะเป็นเพราะยาฆ่าเชื้อที่อัดอยู่ตลอดช่วงที่เป็นปอดบวม เลยทำให้ไม่เห็นอาการ แต่กลับมีอาการวันที่ยาฆ่าเชื้อหมด น้องเจ .. เป็น "โรคฮิต" ... ติดลมบนกะเค้าเหมือนกันนะเนี่ย ! ป่วยคราวนี้ ถ้าไม่มีประกัน ... ขนหน้าแข้งต้องร่วงแหง ๆ ... หุหุ รักษาไปรวม ๆ แล้ว ก็เกือบแสน .... เฮ้อ! ปอดบวม (อีกแล้ว) น้องเจหลังจากที่ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ระบาดมาก ๆ ที่ชลบุรี บวกกับอากาศไม่ดีเอาซะเลย ทั้งร้อน ทั้งฝน ทำให้น้องเจเป็นหวัด ไอ มีน้ำมูก จนที่สุดก็ต้อง X-Ray ปอด ผลออกมาว่า ปอดบวม มาเยือนน้องเจอีกแล้วง่ะ แรก ๆ ก็ไม่ได้ให้ admit หรอก แต่เพราะไอมาก ทำให้หอบ หายใจแรง และมีโอกาสได้เจอหมอราเชนทร์ด้วย ก็เลย admit ดีกว่า อย่างน้อยก็ใกล้ (มือ) หมอ แล้วก็เป่ากุ๊กไก่ได้ทั้งวัน กว่าจะได้ห้องพักผู้ป่วยใน ... ใช้เวลาเกือบทั้งวัน เพราะว่าช่วงนี้เด็กป่วยเป็นไข้หวัดเยอะ ติดเชื้อหวัด 2009 ก็เยอะด้วย เป็นความโชคดีของเราคือได้ห้องใหญ่ที่สุด ในราคาห้อง Deluxe แล้วก็ยังได้โปรโมชั่นลดเพิ่มอีก 80% เป็นคนสุดท้ายด้วย น้องเจอยู่โรงพยาบาล 5 วัน ... มีเจาะเลือดตรวจเชื้อ และตรวจสารคัดหลั่งเชื้อไข้หวัด 2009 ด้วย เจาะและใส่เข็มไว้ใส่ยาฆ่าเชื้อด้วย ... น้องเจร้องไห้ใหญ่เลย มะม๊าสอนน้องเจว่าเจาะแค่นี้ไกลหัวใจ เจ็บหน่อยไม่ถึงตายหรอกน่า .. น้องเจเห็นมะม๊าช่วยจับมืออยู่ข้าง ๆ ก็เลยหยุดร้องไห้ ทุก ๆ วันที่อยู่ รพ. ต้องใส่ยาฆ่าเชื้อวันนึงหลายรอบ พ่นยา (เป่ากุ๊กไก่) ดูดน้ำมูก เคาะปอด และกินยาวันละ 2 ครั้ง ผลการตรวจสารคัดหลั่งไม่พบว่าน้องเจติดเชื้อไข้หวัดใหญ่ 2009 ซึ่งเป็นอะไรที่โชคดีมาก (เพราะเด็กติดเชื้อกันเยอะมาก) ทุกอย่างผ่านพ้นไปด้วยดี น้องเจกลับบ้านได้วันอาทิตย์ที่ผ่านมา หมอกำชับว่า ... ให้กลับไปดูแลอย่างดีนะ ถ้ามีอะไรผิดปกติ หรือมีอาการอะไรที่โผล่มาอีกให้รีบมา ห้ามอยู่บ้านเชียวววว ... ตอนที่หมอบอกว่ากลับบ้านได้ ... น้องเจชูกำปั้น บอก "ไชโย" เสียงดังมั่ก ๆ ... มะม๊าก็ดีใจที่น้องเจหาย และกลับบ้าน ไปโรงเรียนได้เหมือนเดิม เรื่องเล่าจากคุณครู 4 : คนไทยรึป่าวววช่วงที่น้องเจป่วยต้องหยุดโรงเรียนไปเป็นอาทิตย์ จากที่เคยทุกวันว่า "ไม่ไปโรงเรียน .. ไม่ไปโรงเรียน" น้องเจก็คงจะคิดนะ เอ!!! ช่วงนี้มะม๊ามาแปลก ไม่เห็นจะบังคับขู่เข็ญให้น้องเจไปโรงเรียนอย่างที่เคยเป็น (ประมาณว่า .. เอาเลยลูก หยุดให้หนำใจ อยู่กะมะม๊า มะม๊าก็สอนอะไร ๆ คล้าย ๆ กันกะที่โรงเรียนสอน) มะม๊าสังเกตว่าน้องเจอาจจะ "เหงาบ้างเวลาไม่ไปโรงเรียน ไม่มีเพื่อนร้องเพลง ไม่มีเพื่อนเต้น น้องเจก็จับคนงานที่บ้านมาเต้น พ่อกระต่าย..แม่กระต่าย ซะอย่างงั้น แต่เต้นยังงัยก็ไม่ถูกใจซะที ไม่มีคู่หูดูโอ้อย่าง น้องพัตเตอร์ น้องไอซ์ และน้องอชิเล่นด้วย กินข้าวก็กินกะมะม๊าทุกวัน แล้วก็ไม่ได้เรียน ภาษาอังกฤษกะ Teacher David มาหลายวันแล้วด้วย" อยู่ ๆ น้องเจมาบอกมะม๊าว่า
"มะม๊าครับ น้องเจคิดถึงครูแคลร์ ครูสุ ครูปลา ครูสา ครูหนึ่ง (และอีกหลายครู รวมทั้ง Teacher David ) แล้วก็อยากไปเล่นกะเพื่อน ๆ ที่โรงเรียนแล้ว" ... สวรรค์ทรงโปรด โอ้ ... แม่เจ้าาาาา ลูกชายช๊าน ...
คิดถึงคุณครู เพื่อน ๆ และโรงเรียน ... กะว่าพรุ่งนี้ มะม๊าจะพาน้องเจไปโรงเรียนให้หายคิดถึง (หัวใจพองโต .. แบบสุด ๆ) แต่สุดท้ายก็ต้องมาแห้ว น้องเจไม่สามารถไปโรงเรียนได้ (อีก) เพราะช่วงเกือบ ๆ เที่ยง (ขณะที่น้องเจกำลังหลับเพราะฤทธิ์ยาอยู่นั้น) อาม่า อากู๋ และเหล่าอี๊ของน้องเจบอกว่า ... "ตอนนี้อาเหล่าม่าของน้องเจ ... นอนหลับ แล้วก็กลับไปสวรรค์เลย" ทำให้ทุกคนในบ้านง่วนอยู่กับงานศพ กงเต็ก และส่งศพ ทุกอย่างผ่านพ้นไปด้วยดี น้องเจได้กลับไปเรียนวันพุธที่แล้ว มันไม่ง่ายอย่างที่คิด ก็ความคิดถึงโรงเรียน คุณครู และเพื่อน ๆ ลดลง
เพราะน้องเจได้เจอบรรดาอี๊ ๆ สวย ๆ ใจดี ๆ จนลืมตรงนั้นไป วันที่ไปโรงเรียนวันแรกหลังจากหยุดยาว น้องเจกลับกลัวชุดนักเรียน ไม่อยากใส่ ไม่อยากไป ... บอกแค่ว่าอยากจะจะไปเที่ยว แต่สุดท้ายก็ยอมไปโรงเรียนแต่โดยดี อาจจะมีโยเย งอแงบ้าง เพราะหยุดไปนานเหลือเกิน ... คุณครูสุ ครูประจำชั้นออกมารับ ครูอุ้มน้องเจแล้วกอดแน่นเลย บอกว่า
"น้องเจหยุดไปนานมากเลย ... ครูคิดถึงนะคะ ไปเล่นกะครูสุนะครับ" ช่วงบ่ายที่ไปรับน้องเจที่โรงเรียน ครูเล่าให้ฟังว่า "น้องเจน่ารักมากเลย ช่วยเหลือตัวเองได้เยอะขึ้น น้องเจบอกครูและเพื่อน ๆ ในห้องด้วยว่า --- "คิดถึงและอยากมาโรงเรียนมาก ๆ" ตรงนั้น น้องเจมีแทรกเสียงเล็ก ๆ เข้ามาว่า "เจ่เจ๊ ไม่อึ๊ใส่แพมเพิร์สแล้วนะครู .. เจ่เจ๊นั่งส้วมด้วยล่ะ --- " คือเป็นความภูมิใจของน้องเจที่ช่วงวันหยุด เค้ายอมนั่งโถส้วม แล้วเวลาเจอใครเค้าก็อยากจะบอก (สัปดาห์นั้นที่โรงเรียนสอน เรื่องการเข้าห้องน้ำ การใช้โถส้วมด้วย) แต่ไม่ได้มาเรียน จะทำได้เหรอ ปรากฎว่าโชคดีมาก เราฝึกไปฝึกมา น้องเจก็ทำได้พอดีกับหน่วยการเรียน ครูชมว่า "วันนี้ยืนเคารพธงชาติน่ารักมาก ๆ ค่ะคุณแม่ นิ่ง สงบ ไม่เล่น ไม่วิ่งกะเพื่อน ๆ เหมือนที่เคยทำ" น้องเจก็อมยิ้มแบบภูมิใจ วันถัดมาที่ไปโรงเรียน ยิ่งร้ายกว่าการกลัวชุดนักเรียน คราวนี้เล่นไม่ยอมใส่รองเท้านักเรียนเลย .. แฮะ น้องเจว่าถ้าใส่ชุดนี้แสดงว่าไปโรงเรียน มะม๊าได้แต่บอกว่าวันนี้เค้าเรียน "กอล์ฟ" กัน ชุดวันนี้ที่ใส่ไปเนี่ย เค้าเรียกว่า "ชุดพละ" ด้วยความไวของน้องเจสวนกลับมะม๊าทันควันว่า .... เล่นกอล์ฟที่ไหน ก็เลยต้องเฉไฉตอบน้องเจไปว่า ... "เล่นที่สนาม" ก็เลยยอมแต่งตัวและร่าเริง วันนี้น้องเจเป็นตัวแทนเพื่อน ๆ สาธิตการแปรงฟันให้เพื่อน ๆ ดู ร้องเพลง เล่น เต้น อย่างสนุกสนาน แล้วที่ครูชมเรื่อง "ยืนตรง .. เคารพธงชาติ" เมื่อวานนี้
ดีก็แตกกกกกกกก (จนได้) !!!! ครูบอกว่า "น้องเจวิ่งเล่น กะ เพื่อน ๆ สนุกสนานเหมือนเคย (อีกแล้ว)" ... ครูถามน้องเจว่า "น้องเจไม่ยืนตรง เคารพธงชาติ คนไทย ป่าวววววว" น้องเจที่สนุกกะการวิ่งเล่นกะเพื่อน ๆ ตอบว่า "ป่าว ๆ ๆ .. เจ่เจ๊ .. คนจีนคร๊าบบบบบ" ฮ า .......... ฮ า (เรียกเสียงหัวเราะให้กับครูหลายคนที่ยืนตรงนั้นเลย) ปล. ตอนที่ครูเล่า ครูก็หัวเราะ มะม๊าฟังแล้วก็หัวเราะ มะม๊ายืนยันน๊า ... ไม่เคยสอนน้องเจพูดอย่างงั้น เค้าพูดเองเออเอง เล่าให้อาม่า อากง อากู๋ และคุณพ่อน้องเจฟัง ขำกลิ้งกันเลย ... 555+ เรื่องเล่าจากคุณครู 3 : หล่อเลือกได้*** เรื่องเล่าจาก ครูหนึ่ง ของพี่ ๆ อ.1 *** มะม๊ามีโอกาสเจอครูหนึ่งตั้งแต่แคมป์น้องเตรียมฯ และตอนไปส่ง-รับน้องเจ อาจจะเป็นไปได้ว่า เวลาไปส่งน้องเจ น้องเจร้องไห้เสียงดัง ทำให้ครูจำมะม๊าได้ ครูหนึ่งทักว่า "คุณแม่น้องเจ" มีเรื่องจะเล่าให้ฟัง ... ตอนบ่ายที่น้องเจตื่นจากนอนกลางวัน (สงสัยอยากอาบน้ำ ก็เลยบอกครูให้พาไปอาบน้ำ) ครุสุ (ใจดี) พาน้องเจไปอาบน้ำ ระหว่างทางเดินสวนกับครูหนึ่ง น้องเจบอกครูหนึ่งว่า ครูหนึ่งว่า ... "ครับ ๆ แต่งตัวหล่อ ๆ ด้วยนะ" น้องเจรีบรับคำ "ครับ ๆ" ... เวลาผ่านไป (ไวเหมือนโกหก) วิ๊ง..วิ๊ง น้องเจอาบน้ำแต่งตัวใส่ชุดใหม่ ที่เราเตรียมไปให้ แบบเท่ห์สุด-สุด เป็นชุดสีเทาลายการ์ตูนเท่ห์ ๆ ... น้องเจเดินผ่านครูหนึ่งอีกครั้ง ... น้องเจบอกครูว่า "ครูครับ น้องเจหล่อยัง .. หล่อแล้ว ๆ ๆ (ตอบเองเสร็จสรรพ)" ... ครูหนึ่งยิ้มแกมหัวเราะบอกว่า ... "น้องเจหล่อแล้วครับบบ" อย่างนี้เค้าเรียกว่า "(น้องเจ) หล่อเลือก (เอง) ได้" นะเนี่ย !!! เรื่องเล่าจากคุณครู 2 : I'm here, Teacher.*** เรื่องเล่านี้จาก Teacher Pearl ครูต่างชาติ*** เมื่อเดือนที่แล้วโรงเรียนจัดพิธีไหว้ครู ให้ผู้ปกครองเตรียมดอกไม้ไหว้ครู ด้วยความเป็นคุณแม่ไฮเปอร์ ก็จัดดอกเข็ม ดอกมะเขือ และหญ้าแพรก จัดใส่กรวยจะสวยเลย (ทดแทนตอนเราเด็ก ๆ ที่ไม่เคยทำเลย) ในวันนั้น Teacher Pearl เป็นครูที่รับหน้าที่ถ่ายรูปในงาน ช่วงบ่ายตอนเลิกเรียน มะม๊าไปรับน้องเจตามปกติ ระหว่างรอ ... แอบเห็นน้องเจกำลังเล่นกะเพื่อน ๆ ในห้องยิม และมีโอกาสเจอและคุย Teacher Pearl (ทั้งที่ไม่เคยคุยกันมาก่อน) Teacher เล่าอย่างเป็นกันเองว่า While I was taking some photos, n'Jay called me ... Teacher, Teacher ... I'm here ... (ประมาณว่าครูครับ ๆ ๆ น้องเจอยู่นี่ ถ่ายรูปผมด้วยย ...) 5555+ ด้วยความสงสัยว่าน้องเจรู้จัก Teacher Pearl ได้ยังงัย ก็เลยถามน้องเจว่ารู้จัก Teacher Pearl ด้วยเหรอ น้องเจตอบสั้น ๆ ง่าย ๆ (เป็นภาษาไทย) ว่า "รู้จักครับ... Teacher เคยถามเจ่เจ๊ว่า Teacher David เป็นยังงัย" แล้วน้องเจตอบ Teacher ไปว่ายังงัย ... มะม๊าถาม (ด้วยความสงสัย) น้องเจยกนิ้วโป้ง แล้วบอกว่า.... "Very Goooooood." สงสัยเพราะคำถามนี้มั้ง (หรือเพราะเคยร้องไห้เสียงดัง) Teacher Pearl ก็เลยรู้จัก ... หุหุ เรื่องเล่าจากคุณครู : จิ้งจกเปลี่ยนสีเรื่องของเรื่องมีอยู่ว่า ในห้องเรียนคุณครูจะสอนข้อปฏิบัติและข้อตกลงในห้องเรียน เช่น ไม่วิ่งเล่นเสียงดัง จะออกนอกห้องต้องปิดประตู จะไปห้องน้ำให้บอกคุณครู คุณครูจะพาไป ฯลฯ น้องเตรียมทุกคนเข้าใจและรู้ว่าควรจะต้องปฏิบัติตัวยังงัย แล้วอยู่ ๆ วันนึง น้องเจกะเพื่อน (น้องพัตเตอร์) ก็ฝ่ากฎเหล็กซะอย่างงั้น วิ่งไล่กันเสียงดังในห้อง ครูห้ามก็ไม่ฟัง จนที่สุดครูบอกว่าอย่างนี้ต้องมีการทำโทษกันบ้างแล้ว ครูสุ (ครูประจำชั้น) ทำโทษด้วยการให้ย้ายไปเรียนห้อง Pineapple (จากเดิมน้องเจและน้องพัตเตอร์เรียนอยู่ห้อง Watermelon) ที่ให้ย้าย เพราะว่าให้ไปคิดและสำนึกผิดในเรื่องที่ครูเตือนและไม่ฟัง พอน้องพัตเตอร์รู้ว่าครูจะทำโทษ ร้องไห้ฟูมฟายว่าไม่เอาไม่ไป ... กลับกัน ...น้องเจเนี่ย บอกครูว่า "ครูครับ น้องเจขอโทษครับ ต่อไปนี้น้องเจจะเป็นเด็กดีแล้วครับ" ครูสุเล่าไปหัวเราะไป แต่ถึงแม้ว่าจะยอมขอโทษ แต่ก็ยังโดนทำโทษให้ย้ายห้องอยู่ดี มะม๊าฟังครูแล้วแอบ (และหัวเราะในใจ) ว่า วิชา "จิ้งจกเปลี่ยนสี (ที่อาม่าสอน) จะได้ใช้แล้วเนี่ย" **จริง ๆ แล้วผิดรู้จักรับผิดก็ดีนะลูกนะ มะม๊าหวังว่าที่น้องเจขอโทษไป .. จะทำจากใจ .. ไม่ใช่เล่น ๆ ล่ะ) ...** |
|
|