mÄmÄ n'JãY's profile❤:::::::::::::: mØtheriи...PhotosBlogListsMore ![]() | Help |
ร้านชุดคลุมท้อง Motherintrend อีกงานของเราไหน ๆ ก็เล่าคร่าว ๆ เรื่องร้านอาหารเจไปแล้วในบล็อคที่แล้ว ... เราก็อดที่จะบอกต่ออีกไม่ได้ว่าก็มีอีกธุรกิจเสริมนึงที่เราก็ทำอยู่ .... และก็ไปได้ด้วยตลอด 4 ปีที่ผ่านมาเลยล่ะ นั่นก็คือ ร้านชุดคลุมท้อง Motherintrend.com หรือใครจะเข้าหน้าเว็บนี้ง่าย ๆ
ก็แค่พิมพ์ ชุดคลุมท้อง.com เท่านั้นเองค่ะ สำหรับร้านชุดคลุมท้องนี้ ... เราเริ่มในปี 2549 จากเว็บไซต์เล็ก ๆ
โนเนม ไม่มีใครเคยรู้จักเรามาก่อน และเราก็ไม่มีความรู้ E-Commerce ผู้ให้บริการ รวมถึงเทคนิคการทำรูปสินค้าให้สวยเลยซักกะนิดเดียว แต่เราได้แรงบันดาลใจจากอีเมล์ของน้องนักศึกษาคนนึงที่ส่งโฆษณา ร้านค้าออนไลน์เกี่ยวกับสมุนไพรเพื่อผิวพรรณมาที่อีเมล์ของเรา และเราได้มีโอกาสเปิดเว็บนั้นดู แล้วรู้สึกว่าเด็กคนนี้เก่งจังเลย รู้จักทำงาน หารายได้ตั้งแต่ตอนเรียนหนังสือ จากนั้นเราก็ศึกษาข้อมูลเรื่อยมา จนวันนึงคุณเสริมให้เราหยุดทำงานเพื่อเตรียมตัวมีลูก ด้วยเหตุผลสั้น ๆ คือ "การทำหน้าที่ของแม่ให้ดีที่สุดและใช้เวลากับลูกให้มากที่สุด" จำได้ว่า ณ ตอนนั้นก็รู้สึกเสียดายชีวิตทำงาน แต่ก็ต้องเลือกแล้ว ระหว่าง "งาน" (ที่ทำมาตลอดหลายปีที่ผ่านมาอย่างหนัก) กับ .. "ลูก" (ที่เรารอคอยที่จะมีเค้าตั้ง 3 ปี หลังจากแต่งงาน) แล้วเราก็ตัดสินใจได้ว่า ... เราเลือก "ลูก" ระหว่างนั้นเรามีเวลาหลายเดือนศึกษาข้อมูลและเตรียมความพร้อม ที่จะท้อง อาการเบื้องต้น เราได้หาข้อมูลชุดคลุมท้องด้วย และได้ ทดลองซื้อจากเว็บ ๆ นึง ทั้งที่ตอนนั้นเรายังไม่ท้องเลย ... เราไม่ค่อยพอใจคุณภาพ ราคา และการให้บริการของเค้าซักเท่าไหร่ จึงตัดสินใจว่า .. "ชั้นเนี่ยแหละ จะทำชุดคลุมท้องขาย" และเริ่มต้น จากงานออกแบบและตัดเย็บชุดคลุมท้องของเราเอง และ เริ่มต้นขายในเว็บ ladycorner-online.com หลังจากนั้นซักปีกว่าหลังจากที่เราคลอดน้องเจแล้ว กิจการนี้ดีขึ้น ๆ ลูกค้าบอกต่ออย่างต่อเนื่อง จากที่คิดว่าจะปิดเว็บแล้วเพราะเหนื่อยมาก แต่ก็ได้รับโทรศัพท์ทัดทานจากคุณแม่ ๆ เพื่อนลูกค้าว่าอย่าปิดเลย หลัง ๆ เราเริ่มชินกะงานที่หนักขึ้นทุกวัน แต่ก็ยังมีเวลาดูแลน้องเจ เราตัดสินใจทำเว็บต่อ แต่สินค้าที่เราทำเองไม่เพียงพอกับความต้องการ อาจจะเพราะโอกาสหรือช่วงจังหวะชีวิตที่ดี ทำให้เรารู้จักกับทางผู้ผลิต ชุดคลุมท้องหลายแบรนด์ บางแบรนด์มารู้ทีหลังว่าเป็นพี่ของเพื่อนที่ บริษัทเก่าด้วย เรามีสินค้าหลากหลายมากขึ้น เว็บของเรายังเติบโต อย่างต่อเนื่อง เราไม่หยุดคิดที่จะพัฒนาหน้าเว็บและสินค้า เรียกได้ว่า คิดตลอด คิดทุกวัน จะทำยังงัยให้สินค้าดูสวยและเหมือนจริงที่สุด และจะทำยังงัยให้คนจำเราด้วยด้วยชื่อเว็บที่สั้น กระชัย คิดไว้หลายชื่อ สุดท้ายก็มาสรุปที่ Motherintrend.com มาจนถึงทุกวันนี้ .... ร้านอาหารเจของ (ครอบครัว) เรานะครับลูก!เมื่อตอนตัดสินใจมาอยู่ที่ชลบุรีตั้งแต่เริ่มท้อง เราหุ้นกะมะม๊าเปิดร้านสุกี้เจ เพราะเห็นว่าที่ร้านเจใหญ่ของมะม๊ามีมุมซุปเปอร์ มีของสด ของแห้งเยอะ เปิดร้านเจอีกซักร้านก็สั่งหาวัตถุดิบได้ง่าย จนวันนี้ ร้านสุกี้เจของเรา เปิดมาได้ประมาณ 3 ปีกว่า พอ ๆ กะอายุน้องเจตอนนี้เลย มาลองดูภาพบรรยากาศภายในร้านเจใหญ่ (ของอาม่า) ที่เก็บภาพได้
ในช่วงเช้าของวันหนึ่งในเทศกาลกินเจ ปี 2552 ที่ผ่านมา แม้ว่าจะเก็บภาพได้น้อยไปซักหน่อย เพราะตอนที่ลูกค้ามากันเยอะ ตากล้องอย่างเราก็มือเป็นระวิง (ไปช่วยตักกับข้าวอะนะ) พอตกสาย เรามาเปิดร้านสุกี้เจ ก็กลับเก็บภาพที่ร้านสุกี้เจ (ของตัวเอง) ไม่ได้เลย เพราะคนเยอะเหมือนกัน เราเองก็วิ่งไปวิ่งมา จนออเดอร์ จัดชุดสุกี้ จัดจานชาม เสิร์ฟ เก็บและเช็ดโต๊ะ ทำมันทุกตำแหน่ง เฮ้อ! ตกลงเนี่ย เจ้าของร้านหรือว่าพนักงานร้านสุกี้ (ฟะเนี่ย) .. (ว๊าวววว .. บางทีลูกค้ามีน้ำใจ ก็บริการตัวเองด้วยนะ ....) เอาน่า เอาไว้ปีหน้าฟ้าใหม่ ถ้ามีใครว่างช่วยถ่่ายรูปตอนคนเยอะ ก็น่าจะได้เห็นบรรยากาศของร้านสุกี้เจบ้างอะเน๊อ ... ![]() เล่าจากรูป ... เริ่มจาก รูปแรกด้านซ้ายมือ (บนสุด) ... นั่นน่ะ ไม่ใช่ใคร "เจ๊เตียง" หรือ J-Tieng ต้นตำรับอาหารเจจานอร่อย ตามชื่อร้าน คนคนนี้คนใกล้ตัวมาก คือ แม่ของเรา (อาม่าของน้องเจ) ต่อมารูปที่ 2 อี๊ฮุ้ง แม่ครัวจำเป็น หัวหน้าเด็ก และที่ปรึกษา M-Collection ที่เว็บชุดคลุมท้อง Motherintrend ของเรานั่นเอง รูปที่ 3 อี๊มุ้ย น้องสาวมะม๊าเราเอง แม่ค้านักการตลาด และคิดเลข
รวดเร็ว ราวกับเคยไปเรียนคุมองต์มาซะงั้น ... อี๊รับหน้าที่ ทอด ๆ ๆ รูปที่ 4 แก๊ป ลูกชายคนเล็กของอี๊โส่ย มารับหน้าที่ ขายขนม และก็มีบ้าง ที่ต้องแอบไปแว๊บบบ ช่วยจดออเดอร์ เก็บโต๊ะ และเสิร์ฟด้วย เค้าว่ากันว่า ... เวลาเก็บเงิน ทอนเงินลูกค้าเนี่ย ท่าทางเนี๊ยบสุภาพมากก จริง ๆ ยังมีอีกหลายชีวิตที่มาช่วยตอนเทศกาลกินเจ เช่น อี๊โส่ย อี๊หมวย นุช ไชย คุณเสริม (พ่อน้องเจ) สิทธิ์ คนงานอีกหลายชีวิต ที่วิ่งวุ่นสุด ๆ ทั้งร้านอาหารเจร้านใหญ่ และร้านสุกี้เจของเรา รูปตรงกลางใหญ่ ... บรรยากาศที่ร้านใหญ่ จะเห็นมุมซุปเปอร์และตู้แช่ เยอะแยะรอบร้านเลย ก็ลูกค้าทานอาหารเสร็จก็สามารถช็อปของเจได้อีก ที่เห็นคนน้อย ๆ เนี่ย เพราะว่า ซาลงแล้ว และเราก็เพิ่งได้ถ่ายรูปนะเนี่ย ดูรูปอาหารด้านบนและด้านล่างที่เห็น จะเป็นอาหารที่ส่งมาจากร้านสุกี้เจ ซึ่งทำสำเร็จและพร้อมทานเลย ที่เห็นในรูปจะมีข้าวผัดหน้ากุ้งทอด สปาเก็ตตี้ราดซอส สลัดผัก-แฮม ของทอด ก๋วยเตี๋ยวลุยสวน หมูสะเต๊ะ และขนมจีนน้ำยา (ดูร่อยหรอไปเพราะขายไปเกือบหมด) จริง ๆ แล้ว มีอีกหลายเมนูที่ทำออกมาขาย เช่น ข้าวผัดธัญพืช มักโรนีผัดซอส ข้าวผัดหมูแดงใส่ขิง ข้าวผัดไส้กรอก ขนมจีบ ฯลฯ อีกมากมาย ... เอาไว้เทศกาลกินเจปีหน้า จะ (พยายาม) ถ่ายรูปเก็บไว้แต่เนิ่น ๆ นะ เผื่อใครเห็นแล้วอยากลิ้มลอง ... จะได้แวะมากินกันค่ะ ที่เราไม่ถ่ายรูปตอนที่ไม่ใช่เทศกาล เป็นเพราะว่าอาหารที่ทำออกมา จะไม่หลากหลายเท่า และไม่ได้ทำเยอะมาก เพราะลูกค้าส่วนใหญ่ จะมาทานที่ร้านเลย (ไม่เหมือนช่วงเทศกาลง่ะ ที่ลูกค้าประจำหรือคนที่ ทำงานบริษัทมักจะซื้อของสำเร็จกลับไปกินที่บ้านหรือที่ทำงาน จะได้ ไม่ต้องมาเบียดเสียด แย่งกันซื้อ ที่ร้าน แนว ๆ ว่า ลูกค้าประจำของเรา ก็จะเลิกคบพวกเราตอนเทศกาลกินเจไปโดยปริยาย .. เอารูปอาหารเจ (จานเดียว) บางส่วนของร้านสุกี้เจ มาให้ดูค่ะ
![]() ส่งรูปร่วมกิจกรรมวันพ่อ PK.Watermelon'09
**** เทียบกันกะคลิปวีดีโอนี้ ... ไม่รักไม่ได้แล้วววว **** (เครื่อง) น้องเจร้อน (วิชา) แล้วครับบบ!หลังจากที่เรากลับไปพักผ่อนหลังลุยร้านอาหารเจอย่างหนัก ตอนช่วงเทศกาลกินเจที่ผ่านมา น้องเจก็ได้ไปเที่ยวมาหลายที่ พอกลับมา ด้วยความคิดถึง น้องเจซื้อ "กุ๊กไก่" มาฝากอาม่าด้วยล่ะ (ภาษาอังกฤษคุณแม่อาจจะดูเดี้ยง ๆ ไป แต่ว่าจะพัฒนากันไปพร้อม น้องเจนะค๊าาาา) Jay: มะม๊า น้องเจจะไปหาอาม่าคร๊าบบบบ go to see Ama'. Mama: OK. ระหว่างทางเดินผ่านอะไรเยอะไปหมด (มะม๊าเริ่มทดสอบสิ่งที่เคยสอนให้คุยให้ฟังว่าได้ผลแค่ไหน) Mama: Can you see the moon tonight? Jay: yes. Mama: where is it? Jay: (point to the sky) Mama: speak out, Jay. Jay: In the sky. Mama: Can you see AS Super? Jay: (point to the shop that is opposite to us) Mama: where is it? Jay: There. Mama: Mama can see some banks here. Can you see that? Jay: (point to the Bank and say) There. Mama: What is that bank? Jay: I don't know. Mama: Kasikorn Bank. Jay: It's green. Mama: Yes. พอมาถึงหน้าบ้านอาม่า Mama: Jay, help mama to open the fence please. Jay: (move his hands and open that fence. Then, open the door by himself) Jay: Where is Ama', mama? Mama: Let's see. Does she sit there? Jay: (Walk around) ... No. Mama: Jay, where is Ama'? Can you see her? Where is she? Jay: I don't know. Jay: Mama, upstair. Mama: Ok. Let's go and take a look. น้องเจเดินสะดุด "กุ๊กไก่" ที่น้องเจให้อาม่าเมื่อตอนบ่าย ตรงระหว่างทางขึ้นบันได Jay: It's Ama' นี่ Mama: (Smile) No. It's a hen that you gave Ama' Jay: Yes ว่าแล้วก็เดินขึ้นข้างบนไปด้วยกัน Mama: Be careful. Jay: Ok. ที่หน้าห้องอาม่า น้องเจออกอาการดีใจอย่างแรง (ท่าจะเห็นอาม่านั่งอยู่ในห้องแล้ว เพราะว่าเป็นห้องกระจกมองผ่านเข้าไปได้) Jay: Mama. Ama there. Jay: (open the door. Run to Ama' and hug her) จบถึงตรงนี้ มะม๊าดีมากมาย แม้จะเป็นเวลาสั้น ๆ แต่ก็ทำให้มะม๊ารู้ว่าอย่างน้อยน้องเจก็พอเข้าใจและสื่อสารง่าย ๆ ได้ (มะม๊าเดินไปกระซิบอาม่าว่าน้องเจพูดภาษาอังกฤษมาตลอดทางเลย) อาม่าชูนิ้วโป้ง แล้วบอกน้องเจว่า ... Goood! (น้องเจก็คงไม่รู้ว่ามะม๊าพูดอะไรกะอาม่า แต่พออาม่าพูด "Good" แค่นั้น น้องเจยิ้มแก้มปริเลย) นำร่อง Bilingual Nursery แล้วเทอม 2 นี้ตอนเปิดเทอม 2 ของน้องเตรียมฯ มะม๊าได้อ่านสมุดสื่อสารฯ ที่ครูแคลร์ เขียนบอกมะม๊าถึงการเรียนภาษาอังกฤษสำหรับน้อง ๆ ห้อง Watermelon เลยทำให้มะม๊ารู้ว่า เมื่อวันพฤหัสในช่วงเทศกาลกินเจที่ผ่านมา ที่ครูแคลร์ มาส่งน้องเจให้มะม๊าไม่ได้ เป็นเพราะว่ามีประชุมคุณครูนั่นเอง และผลของการประชุมนี้เอง ทำให้ได้รู้ว่าท่านผู้อำนวยการได้เริ่มนำร่อง ให้ห้อง Watermelon ที่น้องเจเรียนอยู่ เป็นแบบ Bilingual (ซึ่งมะม๊า ก็ว่าดีเหมือนกัน อย่างน้อยทางโรงเรียนเป็นอีกแรงที่จะช่วยฝึกภาษาใน ช่วงที่น้องเจอยู่โรงเรียน) แล้วพออยู่ที่บ้านหรือไปเที่ยวไหน ๆ น้องเจก็ คุย ๆ เล่น ๆ What's this? What's that? กะมะม๊าเหมือนที่เคยทำละกัน ในเทอมนี้ ก็เลยมีการปรับเปลี่ยนครูประจำชั้นของน้องเจใหม่ ... เหลือครูแคลร์ กะ ครูสุ ที่เป็นครูคนไทย แล้วย้ายครูปลา (ครูผู้ช่วย) ไปสอนห้องอื่น แล้วเปลี่ยนจาก Teacher David ที่เคยสอนน้อง ๆ วันละ 15 นาที มาเป็น Teacher Katie ให้อยู่ในห้องเรียนตลอดเวลา โดย Teacher Katie จะเป็นครูสอนภาษาอังกฤษ และร่วมทำกิจกรรม โดยพูดภาษาอังกฤษกะน้อง ๆ ตลอดทั้งวัน มันเป็นฤกษ์งามยามดีที่มะม๊าคิดว่าเป็นการเตรียมความพร้อมให้น้องเจ ที่จะเข้าสู่หลักสูตร Biligual ตอนอนุบาล 1 เต็มตัว เทอมนี้น้องเจได้ เรียนภาษาอังกฤษ การออกเสียง การใช้คำ การพูดสื่อสารง่าย ๆ เยอะขึ้น ที่สำคัญมีการเพิ่ม "เกมส์การศึกษาภาษาอังกฤษ" ด้วย ซึ่งมะม๊าก็ยัง นึกไม่ค่อยออกว่าจะออกมาแนวไหน แต่สิ่งที่สัมผัสได้ตอนนี้ ก็คือ น้องเจเข้าใจภาษาอังกฤษมากขึ้น พูดภาษาอังกฤษเยอะขึ้น ... ครูแคลร์บอกมะม๊าว่า .. น้องเจพูดชัดเจน ไม่เขินอายเวลาพูดอังกฤษ ก็ดีแล้วครับลูก ... ทำให้ดีที่สุดนะครับ .. มะม๊าเป็นกำลังใจให้ บันทึก PK Watermelon เทอม 1/2552ตอนแรกที่น้องเจเริ่มไปโรงเรียน มะม๊ากะว่าจะมาเล่าเรื่องราวของน้องเจ สัปดาห์ต่อสัปดาห์ให้อ่าน แต่ด้วยงานที่รัดตัว (จนไม่ค่อยจะทัน) อีกทั้ง ภาระที่จะต้องมาจัดการน้องเจตั้งแต่เช้ามันเยอะมากมาย ก็เลยทำให้ มะม๊าไม่ได้มาเล่าซักที ตอนนี้ก็จบเทอม 1 น้องเตรียมฯ ไปเรียบร้อย เพิ่งจะมีเวลามานั่งเขียนถึงเรื่องเรียนของน้องเจอย่างจริง ๆ จัง ๆ ซะที เรื่องเล่าเรื่องเรียนของน้องเจนี้มะม๊าสรุปมาจาก "สมุดสื่อสาร" ที่ทาง โรงเรียนบอกว่าจะเป็นสื่อกลางในการสื่อสารระหว่างบ้านและโรงเรียน ซึ่ง สมุดสื่อสารนี้จะแจ้งให้มะม๊ารู้ว่าเนื้อหา หน่วยการเรียน และแผนกิจกรรม ที่ทางโรงเรียนจัดให้น้องเจมีอะไรบ้างในแต่ละสัปดาห์ ซึ่งจะทำให้มะม๊า รู้แนวทางว่าคุณครูจะสอนอะไรน้องเจ และมะม๊าก็จะเป็นอีกแรงที่จะช่วย คุณครูฝึกฝนสิ่งที่น้องเจได้เรียนเมื่อน้องเจอยู่บ้าน โดยในสมุดสื่อสารนี้ คุณครูประจำชั้นและคุณครูผู้ช่วยจะสลับหมุนเวียนกันบันทึกถึงกิจกรรม ที่น้องเจทำ การรับประทานอาหาร และการนอน และคุณครูจะสรุป ภาพรวมพัฒนาการของน้องเจทุกวันศุกร์ ในส่วนของมะม๊านั้น จะเป็น ลักษณะที่มะม๊าแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับพฤติกรรมของน้องเจ หรือสิ่งที่มะม๊าต้องการสื่อสารให้คุณครูรับทราบและช่วยกันแก้ไข หากมีปัญหาอะไรเกิดขึ้นกับน้องเจ เทอม 1 น้องเจเรียนอยู่ห้อง Watermelon ครูประจำชั้น 2 คน คือ คุณครูสุทธินันท์ ยินดีอมรชัย (ครูแคลร์) และ คุณครูธนพร พิณสำเนียง (ครูสุ) ครูผู้ช่วย 1 คน คือ คุณครูอนงค์วดี เกตุผดุง (ครูปลา) คุณครูต่างชาติ 1 คน คือ Teacher David สรุปภาพรวมหน่วยการเรียนที่น้องเจได้เรียนไปแล้วเทอมนี้ สัปดาห์ที่ 1. มาโรงเรียนกันเถอะ
สัปดาห์ที่ 2. คุณครูผู้ใกล้ชิด
สัปดาห์ที่ 3. เพื่อนที่รัก
สัปดาห์ที่ 4. ตัวฉัน
สัปดาห์ที่ 5. ไปห้องน้ำกันเถอะ สัปดาห์ที่ 6. ฟ.ฟัน แข็งแรง
สัปดาห์ที่ 7. มือและเท้า
สัปดาห์ที่ 8. อาหารดีมีประโยชน์
สัปดาห์ที่ 9. มาดื่มนมกันเถอะ
สัปดาห์ที่ 10. ผีเสื้อ
สัปดาห์ที่ 11. ครอบครัวของฉัน
สัปดาห์ที่ 12. ผลไม้
สัปดาห์ที่ 13. ความรักของแม่
สัปดาห์ที่ 14. ของเล่นแสนรัก
สัปดาห์ที่ 15. ดอกไม้แสนสวย
สัปดาห์ที่ 16. แมงมุม
สัปดาห์ที่ 17. ผักหรรษา
สัปดาห์ที่ 18. กบ อ๊บ ๆ
สัปดาห์ที่ 19. ฝน ฝน ฝน
@ ตลาดน้ำดำเนินสะดวก ราชบุรีหลังจากที่รอมาเกือบ 7 ปีที่เราบอกคุณเสริมว่าอยากจะไปเที่ยวตลาดน้ำ แล้วก็ไม่มีโอกาสซักที เดี๋ยวติดงาน ติดนู่น นี่ นั่น ไปซะอย่างงั้น ประมาณ 4 ปีก่อนเราก็มีโอกาสขับรถเที่ยวอยุธยา ระหว่างทางตาก็ดี๊ดี เห็นป้าย "ตลาดน้ำ" เราก็ขับตามป้ายไป อ้าว .. ไหง ไปที่โลตัสหว่า ... ทำให้เรารู้ว่าเค้าทำตลาดน้ำจำลองไว้ในนั้น และด้วยความหัวเสียอย่างแรง ก็ไปเล่าให้พ่อน้องเจฟังถึงเรื่องนี้เพื่อระบายอารมณ์ เผื่อว่าอะไรจะดีขึ้น แม๊ .... กลับมาล้อเลียนเรื่องตลาดน้ำอยุธยาพาร์คกะเราอยู่เรื่อย แล้วก็ เป็นทุกครั้งที่ขับรถไปทางอยุธยา ก็จะโดนแซวเรื่องนี้ทุกที มาปีนี้ไม่เหมือนทุกที หลังจากที่เราเหนื่อยจากขายอาหารเจช่วงเทศกาล คุณเสริมแพลนอย่างดีว่าเดี๋ยวหยุด 3 วันนี้จะไปไหนกันบ้าง ทำให้วันหยุด ที่เราต้องการจะพักผ่อน กลับกลายเป็นเหนื่อยขึ้นกว่าเดิม เพราะว่า ไหนจะตะลอนตรวจไซต์ ไหนจะนั่งรถทางไกล (แล้วบางทีก็มีข้ามเรือ) แต่ก็คุ้มสุด ๆ ก็ตอนที่ได้ไป "ตลาดน้ำดำเนินสะดวก" สมใจซะที วันนั้นเราออกจากบ้านรังสิต ไปแวะเที่ยวที่ตลาดดอนหวาน (อีกแล้ว) ไปกินข้าวกลางวันกันที่นั่น น้องเจได้สนุกสนานตื่นตาตื่นใจกะ การโยนขนมปังให้ปลากิน (จนเราเนี่ย .. เสียแค่ค่าขนมปังไปเป็นร้อย) จากนั้นเราพาน้องเจไปเที่ยว "ฟาร์มจระเข้สวนสามพราน" แล้วไป พักค้างคืนกันที่ "Rose Garden & Riverside" ถึงแม้ว่านครปฐมจะเป็นจังหวัดที่อยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ มากนัก แต่ที่ต้องตัดสินใจไปค้าง เป็นเพราะว่าจะพาน้องเจไปตลาน้ำกันตอนเช้า โรงแรมที่ไปพักก็สวยกว่าที่คิดไว้เยอะ ทำให้คลายความเหนื่อยไปนิดนึง น้องเจเห็นห้องพัก ก็เห่ออยู่พอสมควร แต่ก็ไม่วายที่จะหยิบสมุดกะดินสอ มานั่งเขียนหนังสือยิก ๆ เหมือนกะตอนอยู่ที่บ้านเลย คืนนี้เราหลับสบายในเตียงที่นุ่มกำลังดี บรรยากาศนอกหน้าต่างสดชื่น และเขียวชะอุ่มไปด้วยต้นไม้และแม่น้ำท่าจีนพาดผ่าน เราคุยกันว่า ตอนเช้าจะต้องตื่นเช้าและไปทานอาหารเพื่อทำเวลา แล้วจะได้ มุ่งหน้าสู่ "ตลาดน้ำดำเนินสะดวก" (ซะที) ทุกอย่างเป็นไปอย่างที่แพลนไว้ เสียอย่างเดียว .... อากาศวันนี้ร้อนเหลือเกินเลยเชียว! นอกจากจะได้เห็นวิถีชีวิตของชาวตลาดน้ำ (ที่เคยเห็นในหนังสือ ททท. เมื่อประมาณ 20 ปีมาแล้ว สมัยที่ยังเด็ก) จนจำฝังใจว่าอยากจะไปเที่ยว (ต้องมีซักครั้งในชีวิตที่จะไปให้ได้) อยากนั่งเรือล่องไปตามคลอง สิ่งที่พิเศษสุดสำหรับทริปนี้ก็คือ ได้พาน้องเจมาเห็นตลาดน้ำ และ ให้น้องเจได้ลองนั่งเรือล่องไปตามคลอง สัมผัสชีวิตแปลกใหม่ในแบบที่ หากอยู่ที่ชลบุรีหรือที่รังสิตไม่สามารถทำได้ แรก ๆ ดูเหมือนว่า น้องเจจะออกแนวจะกลัว ๆ อยู่ซักหน่อย แต่พอได้นั่งไปเรื่อย ๆ เริ่มชิน น้องเจรู้สึกสนุกและเพลิน ได้จิบน้ำมะพร้าวอ่อนเย็นเจี๊ยบตลอดทาง แถมยังได้ศัพท์ภาษาอังกฤษเพิ่มไปหลายคำเลยล่ะ เพราะน้องเจชี้ถามมะม๊าตลอดเวลา What's this? What's that? แล้วก็ทำให้ใครหลายคนคิดว่าน้องเจเป็นเด็กเกาหลี ไต้หวัน หรือญี่ปุ่น ด้วยหน้าให้ (ใจรัก) การแต่งตัวก็ใช่เลย แล้วยังพูดภาษาอังกฤษอีก พอครบชั่วโมง ถึงเวลาที่ต้องขึ้นจากเรือ ก็แสนจะยากเย็น ทำให้เรา ต้องหลอกล่อตั้งนานกว่าจะยอมขึ้นจากเรือ จากนั้นก็พาไปหาของกิน น้องเจเลือกกินก๋วยเตี๋ยวเรือริมคลอง (แหม ... อะไรจะอินน์ขนาดนั้นเนี่ย!) แล้วก็ไปซื้อของที่ระลึก (เหมือนทุกที่ที่ไป) น้องเจจะไม่เอาอะไรเลย นอกจากกรอบรูปจานของตลาดน้ำแห่งนี้ ... (มันบังเอิญด้วยล่ะว่า รูปที่เค้าถ่ายมา มะม๊าดูดี น้องเจน่ารัก ถึงยอมซื้อให้นะเนี่ย) เดี๋ยวมีเวลาว่าง จะทำรูปที่ไปเที่ยวตลาดน้ำมาให้ดูนะค๊า น้องเจ .. ดาวซัลโวที่ร้านป้านงค์วันนี้เป็นอีกวันที่มะม๊าพาน้องเจออกตะลอนดูงานทัวร์กรุงเทพฯ แล้วก็ มะม๊าก็พาน้องเจแวะกินก๋วยเตี๋ยวหมูสับ แต่น้องเจเลือกที่จะกินเป็น ข้าวหมูอบที่ร้านป้านงค์แถวเรียบทางด่วนรามอินทรา ก่อนจะไปดูงานต่อ ที่ลาดพร้าว 90 น้องเจเจริญอาหารอย่างแรง อาจจะเป็นเพราะว่าหมูอบ ที่ร้านนี้เค้าทำรสชาติออกมามีกลิ่นเนย แนวฝรั่งหน่อย ๆ เป็นที่ถูกใจ ก็เลยทำให้กินข้าวได้หมดจานแบบไม่ต้องบังคับอะไรมากมาย ก่อนจะพาน้องเจไปล้างมือ ล้างหน้า แล้วก็ฉี่ให้เรียบร้อยก่อนเดินทางต่อ สายตามะม๊าไวอะไรจะขนาดนั้น เดินป๊ะเข้าให้กะ "ณัฐวุฒิ ไสยเกื้อ" (ซึ่งมีหน้าตาคล้าย ๆ กับเฮียตง พี่ชายของปะป๊าน้องเจ) และด้วยสมอง กะปาก (ที่ก็ไวไม่แพ้สายตา บวกกะความลืมตัว) หันไปบอกปะป๊าทันที "เฮ๊ย .. เสริมชัย ญาติมา" ก็เลยทำให้เสริมชัยกะณัฐวุฒิพยักหน้ายิ้มให้กัน ประหนึ่งว่า ... เสื้อแดงเจอเสื้อแดง แสดงออกถึงมิตรไมตรีด้วยรอยยิ้ม แล้วเราก็พาน้องเจไปทำธุระจนเสร็จเรียบร้อย น้องเจกลับมาที่โต๊ะ ด้วยความขาไม่อยู่สุข เตะถังขยะ (ว่างเปล่า) เปรี้ยงเข้าให้ ถังขยะนั้นกลิ้งไปโดนขาโต๊ะของคนที่นั่งข้าง ๆ ทั้งโต๊ะนั้นก็กรี๊ดกันซะเสียงดัง น้องเจหัวเราะชอบใจใหญ่ ... เสร็จแล้วก็เตะอีกรอบ ... ซัลโว ดังเปรี้ยงงงง ... หนักกว่าเดิมอีก รอบนี้ทำให้เฮียณัฐวุฒิหันมายิ้มให้น้องเจอีกครั้ง ซึ่งก็เหมือนกะครั้งแรก ที่น้องเจชอบใจ ทำให้น้องเจเตะอีกรอบ จนทำให้ครั้งนี้มะม๊าต้องตีขา แต่ก็ใคร ๆ ในร้านเห็นว่าน้องเจเป็นเด็ก (ร่าเริงมากมาย) หัวเราะตาม อย่างสนุกสนาน จากนั้นมะม๊าก็พูดขอโทษกะทุก ๆ คนที่อยู่แถวนั้น แล้วรีบจูงน้องเจออกจากร้าน เพราะเกรงว่าจากที่ทุก ๆ คนเอ็นดู จะกลายเป็นรำคาญไป ... คราวนี้มะม๊าไม่ได้พกกล้องไปด้วย ไม่งั้นจะให้น้องเจถ่ายรูปกะณัฐวุฒิ แล้วให้น้องเจร้องเพลง "รักคนเสื้อแดง" ให้ฟังซะกะหน่อย ... น้องเจไปร้องกะเต้น (ซะพลิ้ว) ต่อหน้าอาม่า ... "ผมรักคนเสื้อแดง .. แดง ... ทั่วแผ่นดิน ..." ทำให้อาม่าหัวเราะแล้วบอก กะน้องเจว่าไปร้องเสื้อแดงที่อื่นน๊า ร้านอาม่าเนี่ยไม่ใช่เสื้อแดง แต่น้องเจก็ยังร้องเพลงแหย่อาม่าอยู่บ่อย ๆ เพราะน้องเจ "เสื้อแดง" เซ็งอย่างแรง กะ เกาะเกร็ด วันนี้!วันนี้อุตส่าห์ปิดร้านหยุดพักผ่อนจากเทศกาลกินเจที่ผ่านมา เพราะเหนื่อยเหลือเกินกะงานเข้าที่ลูกค้าหลากหลายมาอุดหนุนที่ร้าน หลังจากที่เราตีรถออกจากชลบุรี ไปดูงานแถวนนทบุรี แล้วแวะแอมเวย์ ซื้อเสบียงและของใช้ส่วนตัว จากนั้นเราก็มุ่งหน้าไป "เกาะเกร็ด" (แบบงู ๆ ปลา ๆ) เพราะป้ายเล็กเหลือเกิน พอไปถึง ก็เลี้ยวไม่ถูกอีก ไม่มีป้ายอะไรให้เราเห็นเลย ชาวบ้านแถวนั้นบอกทางเราไป จริง ๆ คิดว่าการเที่ยววันนี้จะเป็นประสบการณ์ที่ดีสำหรับน้องเจ เราตื่นเต้นที่จะได้พาน้องเจข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาไปที่เกาะเกร็ดนะ น้องเจเองก็ตื่นเต้น (แอบปนกลัว) ที่จะได้ลงเรือครั้งแรกในชีวิต (ถึงแม้ว่าจะแค่ข้ามแม่น้ำก็เถอะ) พอข้ามเรือไปแล้ว .. หนักกว่าเดิมอีก ไม่มีอะไรเลย ไม่มีอะไรซักอย่าง ร้านค้าปิดสนิท เงียบมากมาย! (ไม่เห็นเหมือนเกาะเกร็ดที่เราเคยเห็นในทีวีแล้วอยากพาน้องเจมาเลย) เราก็คิดกันไปว่า สงสัยไม่ใช่เสาร์อาทิตย์ละมั้ง ถึงได้เงียบอย่างงี้ ในความคิดส่วนตัวเราเองนะ เค้าน่าจะเปิดทุกวัน (ไม่ใช่เพราะเรานะ) แต่เพื่อนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างประเทศเลยล่ะ ... พูดได้ว่าวันนี้ที่เราข้ามเรือไป ก็มีคนไม่น้อยเลยที่ข้ามเรือจะไปเที่ยว (เหมือนกะเรา) ตอนเราเดินกลับจะไปขึ้นเรือ ก็เจอผู้หญิงอีกคนพาฝรั่งไป (สงสัยเค้าจะเห็นเราตอนมา) เค้าถึงได้ทักเราว่าทำไมเรากลับเร็วจังเลย เราก็ได้แต่ยิ้มหน้าแหย ๆ แต่ไม่พูดอะไร ... จะให้พูดอะไรได้ละเนอะ ก็ขนาดเราเป็นคนไทย เรายังรู้สึกไม่ค่อยดีเลย ที่เสียเวลามา .... ร้อนก็ร้อน ร้านค้าปิดสนิท มีแต่ร้านขนมเล็ก ๆ ร้านขายน้ำอยู่ไม่กี่ร้าน (หิวก็หิว .. น้องเจก็ยังไม่ได้กินข้าวกลางวันเลย หาอะไรกินไม่มีซักอย่าง) หลังจากที่เรานั่งเรือกลับ ก็เลยพาน้องเจไปต่อที่เซ็นทรัล แจ้งวัฒนะ ก็ยังทำให้รู้สึกดีขึ้นมาบ้าง เพราะได้กินข้าวกลางวันแล้ว แอร์ก็เย็น ได้พาน้องเจไปดูสถาบันสอนภาษา ศิลปะ และพัฒนาการหลายแห่งเลย แต่ละที่ก็มีข้อดี ข้อเด่น แตกต่างกันไปตามแต่เทคนิคของสถาบัน มีอยู่ประมาณ 3 ที่ ที่เราเลือกแล้วว่าอยากให้น้องเจได้ไปทดลองเรียน ที่แรก (ไม่เปลี่ยนใจแน่นอน) ก็คือ I Can Read เป็นสถาบันสอนภาษา แบบ Phonics ที่น้องเจตอนนี้กะลังชอบหลังจากที่ดู Leap Frog พาไปดูสถานที่จริง ก็ตื่นตาตื่นใจกะห้องเรียน และห้องสมุดที่น้องเจชอบ สถาบันที่สอง คือ การเรียนปั้นแป้ง (ไม่บอกชื่อสถาบันดีกว่า) อันนี้น้องเจก็ดูตื่นเต้นดี ได้ไปเห็นพี่ ๆ ที่เค้าเรียนอยู่ปั้นเป็นรูปต่าง ๆ เห็นน้องเจยิ้มใหญ่เลย แอบบ่นนิดคือ คนที่ให้ข้อมูลเราดูค่อนข้างหวง สถานที่ ที่อื่นเค้ามีให้ทดลองเล่น เราก็ไม่ได้หวังหรอกว่าน้องเจจะได้ลอง แต่ว่าหวงโต๊ะ จับนู่นจับนี่ก็ไม่ได้ แล้วยังบอกไม่ให้น้องเจเสียงดังอีก คือเราก็ไม่เข้าใจว่าน้องเจไม่ได้เสียงดังอะไรมากมาย เด็กตื่นเต้นแค่นั้น ประมาณทำหน้าเหมือนรำคาญ เราก็เลยว่าจะลองให้น้องเจไปดูสถาบัน เดียวกัน แต่ที่สาขาฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต แทน สถาบันที่สาม (ที่เข้าตา) คือ KingMath สอนคณิตศาสตร์แนวเกาหลี แต่อันนี้สำหรับเด็กโต ป.1 - ป.6 ฟังแนวการสอนก็น่าสนุกดี แล้วก็มี ของเล่นให้ทดลองกับโจทย์ด้วย (เราเคยลองทำโจทย์ในโฆษณาด้วย แต่ไม่สำเร็จอะ ยากพอควร) แต่พอมาฟังครูวันนี้แล้วมีเทคนิคดี ๆ ก็โอเค หนังสือน่าสนใจ น่าเรียนดี เริ่มจากง่ายมาก ไปจนถึงเห็นโจทย์แล้วก็ แยกแยกวิเคราะห์ แล้วก็ไม่เน้นคิดเร็วเหมือนบางที่ ซึ่งที่นี่เราว่าดูแล้ว ไม่น่าจะเครียดเหมือนบางสถาบันที่เราได้ยินมา จริง ๆ ก็มีอีกสถาบันนึงที่เราคิดว่าโอเค แต่ว่ายังไม่ติด 3 อันดับในใจ อันนี้เราไม่บอกชื่อดีกว่า แต่เราได้เห็นหนังสือแล้ว ก็ดีเหมือนกัน แล้วก็มีบล็อคหรืออะไรให้ทดลองกับโจทย์เลขด้วย ฝึกสังเกตและ ใช้จินตนาการผ่านโจทย์เลขด้วย แล้วก็เห็นว่าเป็นสปอนเซอร์ให้กับ แข่งคณิตศาสตร์โอลิมปิคหรืออะไรเงี้ย ใน Level 1 เล่ม 1 เราได้ลองให้น้องเจลองดูโจทย์แล้วตอบคำถาม น้องเจก็พอทำได้ในระดับนึงเลย แต่เราว่าหนักไปหน่อย ก็คือ สัปดาห์นึงเรียน 3 เล่ม มีการบ้านให้กลับไปทำ แล้วก็โจทย์เลขก็เป็น ภาษาอังกฤษ ซึ่งจริง ๆ ถ้าเลือกที่นี่ หากมองว่าในแง่ดี น้องเจก็มี โอกาสที่จะฝึกฝนเยอะ ได้ทักษะภาษาอังกฤษจากโจทย์เลขด้วย แล้วก็ถ้าเก่งจริง ก็มีโอกาสเป็นตัวแทนไปแข่งคณิตศาสตร์โอลิมปิคด้วย แต่กว่าจะได้สิ่งเหล่านั้นมา มันต้องแลกกับเวลาที่น้องเจควรมีเวลาพักบ้าง และเราไม่ได้คาดหวังว่าน้องเจต้องเเก่งระดับไหน เอาแค่เรียนเข้าใจ สนุก แล้วก็มีเวลาเที่ยว เล่น ตามประสาเด็กบ้าง น่าจะดีกว่า ... จากตอนนี้ไป ก็คงจะพาน้องเจไปทดลอง I Can Read ก่อน ถ้าน้องเจให้ความร่วมมือดี คิดว่าคงส่งให้ไปเรียนประมาณมกราคมเลย ... ส่วนสถาบันอื่น ก็อาจจะดูที่มีเรียนในชลบุรี หรือเซ็นทรัลบางนา หรือ ฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต แล้วค่อยตัดสินใจอีกทีว่าจะยังงัยต่อไป ... อ้อ! อุตส่าห์พาไปดูเค้าเรียนเทควันโด แหม .. Kick สวยเชียว แต่บอกมะม๊าว่า "ไม่ชอบ" ก็เลยเปลี่ยนแนวพาไปดูพี่ ๆ เค้าเล่น สเก็ต กะโรลเลอร์เบรด ยังไม่ทันจะแลกบัตรเลย บอกว่า "ไปเหอะ ไม่ชอบ" เลยรู้ว่าสงสัยจะไม่ชอบอะไรที่ผาดโผนแน่นอนเลย ... เฮ้อ! สงสัยจะต้องไปเรียน "กอล์ฟ" อย่างที่ปะป๊าเคยบอกแล้วมั้งเนี่ยยยย ! น้องเจก็หัดใส่กางเกง (เอง) สิครับ!เมื่อเช้าวันก่อนน้องเจเกิดอาการงอแง (และงัวเงีย) ตื่นขึ้นมา เป็นไปได้ว่า น้องเจอาจจะนอนไม่พอ (เพราะอาการแบบนี้จะออกทุกทีจนมะม๊าจำได้) น้องเจบอกมะม๊าว่าจะกินนม Give me a bottle of milk, please. มะม๊าจัดแจงให้เหมือนทุกวันที่ทำ แต่ว่าเรามีสัญญา (ใจ) ระหว่างแม่กะลูก ที่น้องเจต้องทำหลังจากกินนมทุกครั้งคือ ... ไปห้องน้ำและฉี่ให้เรียบร้อย เผอิญว่าวันนั้นมะม๊าก็งัวเงียเหมือนกัน เพราะแต่ละวันตอนเทศกาลกินเจ ลูกค้าเยอะมาก และทำให้เพลีย ไม่อยากจะลุกทำอะไรทั้งสิ้น น้องเจก็ยังคงน่ารักเหมือนทุกที ก็คือยอมไปห้องน้ำและฉี่โดยดี ... แต่ว่าคราวนี้แตกต่างจากทุกทีตรงที่ว่าไม่ยอมใส่กางเกงเอง มานั่งงอแงอยู่ตรงปลายเตียง บอกว่าจะให้มะม๊าใส่ให้ ... ด้วยความหงุดหงิดของมะม๊า (ที่อยากให้น้องเจทำอะไรเองมากกว่า) เพราะน้องเจโตพอที่จะต้องทำอะไรเองบ้างแล้ว .... มะม๊า : น้องเจครับ ... ใส่กางเกงสิครับ แล้วไปนอนต่อ น้องเจ : จะให้มะม๊าใส่ให้ครับ มะม๊า : ใส่เองสิครับ โตแล้ว เหมือนที่คุณครูสอนงัย น้องเจ : มะม๊าครับ จะให้มะม๊าใส่ให้ครับ มะม๊า : ใส่เองสิลูก โตแล้วนะครับ (ปะป๊ามองน้องเจแล้วยิ้ม) น้องเจ : มะม๊า ..... ครับ มะม๊า : ..... (มะม๊าลงไปนอนต่อ -- รู้จักลูกตื้อน้องเจดี) น้องเจ : มะม๊า ...... (ยังไม่ลดละความพยายาม) มะม๊า : น้องเจครับ ถ้าหากว่าวันนึงน้องเจไม่มีมะม๊า ใครจะใส่ให้ครับ น้องเจ : (น้ำตาเปื้อนแก้ม) ... ก็ให้ปะป๊าใส่ให้งัยครับบบบ .. มะม๊า : ปล่อยหัวเราะออกมาดังมาก (ปะป๊าที่อมยิ้ม ก็หัวเราะด้วย) แล้วมะม๊าก็แพ้ใจ ... ใส่ให้น้องเจอีกแล้ว แล้วก็สอนน้องเจด้วยล่ะ น้องเจต้องหัดทำอะไรเอง เผื่อว่าวันนึงไม่มีมะม๊าอยู่น้องเจจะได้ทำเป็น เข้าใจมั๊ยครับบบ .. น้องเจตอบเสียงดังฟังชัด ... เข้าใจคร๊าบบบบ น้องเจ กะ เกมส์จับคู่ (อีกแล้ว)มะม๊าเสีย self ไปซักนิดที่พลาดไม่ได้ชาร์จกล้องดิจิตอล (กลัวแบตฯหมด) ก็เลยตัดสินใจไม่ใช้โหมดถ่ายวีดีโอ เพราะว่ามะม๊าบอกครูแคลร์ว่าจะฝากกล้องไปถ่ายรูปเด็ก ๆ ตอนที่ไป ทัศนศึกษาที่พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ เกมส์จับคู่วันนี้ก็เลยได้แค่เป็นรูปภาพนิ่งเท่านั้น แต่ก็โอเคนะ มะม๊าสอนน้องเจแป๊บเดียวเอง เกมส์จับคู่นี้ก็แค่ทดสอบความจำน้องเจ ก็ได้ผลอย่างที่เห็นในรูปค่ะ (รูปนี้ถ่ายเมื่อวันที่ 15/10/52 ค่ะ) สัญญาแล้วนะ .. จะเป็นเด็กสองภาษาหลังจากที่ห่างหายไปจากเว็บ 2pasa.com ไปนานพอสมควร แต่ก็ยังได้รับอีเมล์อัพเดตจากเพื่อนเก่าเพื่อนใหม่อยู่นะ ... เพื่อน ๆ ในเครือข่ายก็ถามหา แต่ตอบบ้างไม่ตอบบ้าง (แต่ที่แน่ ๆ เลยคือไม่ได้ไปอัพบล็อคที่นั่นเลย แบบว่าถามกันมาบ้างว่า เมื่อไหร่จะมาเล่าอะไรสนุก ๆ เกี่ยวกับน้องเจอีก) อันนี้ (แอบบ่นหน่อย) ว่ายุ่งมากมายกะทั้งงานที่ร้านสุกี้เจ (ที่เตรียมงาน รอรับเทศกาลกินเจ) กะอัพเดตสินค้าใหม่ที่ Motherintrend.com (และอีกไม่นานก็จะมี j-tieng.net โปรโมทร้านสุกี้เจอีกเว็บด้วย) เดี๋ยวหลังกินเจก็น่าจะได้ไปอัพบล็อคบ้างแล้วล่ะ ... แต่ก็ยังยึด main บล็อคเป็นที่นี่นะ เพราะว่าเรื่องราวในนี้เยอะมาก (ขี้เกียจย้ายอีกแล้ว ... เพราะที่นี่ลงตัวที่สุดแย้วววว) เมื่ออาทิตย์หรือสองอาทิตย์ที่แล้ว (จำไม่ได้แล้วง่ะ) หลังจากได้ดูทีวี มีหลายรายการที่เสนอและแนะนำครอบครัว "สองภาษา" ซึ่งมาจาก เครือข่ายที่เราก็อยู่ในนั้น และมีหลายครอบครัวประสบความสำเร็จ ในการฝึกเด็กสองภาษา บางครอบครัวที่ออกทีวีนั้น ก็เคยคุยกัน ทำให้เรานึกย้อนถึงตอนที่เราเริ่มคุยภาษาอังกฤษกะน้องเจ มันก็ ไม่ยากเย็นอะไรมากมาย และได้รับฟังจากครูประจำชั้นมาบ้างว่า น้องเจค่อนข้างชอบเรียน "ภาษาอังกฤษ" และมีส่วนร่วมในกิจกรรมดี ที่สำคัญกว่านั้นคือ มันไม่ใช่แค่ภาษาอังกฤษเท่านั้นที่น้องเจสนใจ อาม่าเคยลองสอนพูดตัวเลข "จีนกลาง" และเหล่าอี๊ฮุ้งสอนพูดตัวเลข "จีนแต้จิ๋ว" ตั้งแต่ขวบกว่าปลาย ๆ ก็ยังจำได้ถึงวันนี้ แต่สำเนียงดีขึ้น เราก็เคยอ่านจากหนังสือสอนภาษาจีน และสอนพูดทักทาย ขอบคุณ ลาก่อน แบบง่าย ๆ เป็นภาษาจีนกลาง ก็ยังจำได้อยู่ และเทียบได้ กับภาษาอังกฤษด้วยว่าพูดยังงัย และที่ทึ่งไปกว่านั้นก็คือ ... เราก็หัดภาษาจีนกลางเหมือนกัน (หัดเขียนด้วย) สมุดที่เราเอามาหัด มีตั้ง 3 ภาษา คือ จีนกลาง อังกฤษ แล้วก็ไทย น้องเจอ่านตาม pinyin ที่เราสอน คำว่า 天 เหลือบไปเห็นคำว่า sky แล้วอ่านให้เราฟัง หลังจากนั้นก็วิ่งไปชี้ท้องฟ้า บอกเราว่า Mama, that is the sky. มันก็เลยทำให้เราอยากจะกลับมาเพิ่มเวลาสอนภาษาให้น้องเจมากขึ้น เราเห็นอย่างนี้แล้วก็เลยคุยกะน้องเจไปเมื่อต้นอาทิตย์ว่า ... ตั้งแต่เดือนหน้ามะม๊าจะสอนภาษาอังกฤษเพิ่มขึ้นกว่าที่เคยเป็นดีมั๊ย น้องเจพยักหน้ารับคำ เราก็เลยจะเพิ่มการพูดภาษาอังกฤษมากขึ้น และที่มากไปกว่านั้นคือ เราอาจจะต้องแบ่งเวลาเรียนจีนกลางขึ้นอีก เพื่อจะได้สอนไปพร้อม ๆ กันแบบธรรมชาติ ควบคู่กะการขีด ๆ เขียน ๆ ที่น้องเจชอบ จะได้ไม่เบื่อ และดูไม่ยัดเยียดจนเกินไป (ซึ่งอาจจะ ทำให้เป็นความกดดันของเราเองมากกว่าด้วย) ปลายอาทิตย์นี้น้องเจจะจบแคมป์ของปิดเทอมนี้แล้ว อาทิตย์หน้า เราว่าจะพาน้องเจกลับบ้านรังสิตไปพักผ่อน เที่ยว ระบายสี โยนบาส และทำกิจกรรมอะไรก็ได้ที่น้องเจชอบเป็นการพักผ่อนแบบเต็มเวลา หลังจากที่เปิดเทอมแล้ว ก็จะจัดเวลาให้น้องเจ ได้เรียนรู้เรื่องเวลา และการจัดการกับตัวเองและการเรียนด้วย ... เฮ้อ! ไม่รู้ว่าเพื่อน ๆ อ่านบล็อคเราแล้วจะมองว่าน้องเจเครียดป่าวนะ แต่เรามองว่าที่เราทำอยู่ น้องเจไม่มีอาการเครียดอะไร และดูเหมือนว่า จะชอบทำกิจกรรมอะไรก็ได้ที่เราร่วมด้วย และต้องการโชว์ให้เราเห็น ว่าน้องเจก็ทำได้นะ ... มะม๊า ปิดเทอม (ตุลา'52) - PK Watermelonหลังจากที่ไปรับสมุดพกและได้ให้น้องเจพักสมอง (และแรงกาย) แล้วเราก็ตัดสินใจส่งน้องเจไปเข้าแคมป์ที่โรงเรียน .... เหตุผลนึงเพราะว่า เราเห็นว่าน้องเจอยู่ในช่วงที่ร้อนวิชา แล้วก็สนุกกะการไปโรงเรียน อีกเหตุผลคือ น้องเจจะได้ไปเที่ยวทัศนศึกษาที่พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำบางแสน ซึ่งจะเป็นครั้งแรกที่น้องเจจะได้ไปเที่ยวกะเพื่อน ๆ ในวัยเดียวกัน และเหตุผลสุดท้ายก็คือ อยากให้น้องเจใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ เพราะเวลาอยู่โรงเรียนแล้ว ตื่น นอน กินข้าว กินนม เล่น เป็นเวลา แล้วก็ยังได้เล่น สนุก พร้อม ๆ กะเรียนรู้เรื่องสัตว์ทะเล และกิจกรรมที่ ทางโรงเรียนจัดขึ้น ซึ่งเรามองว่าก็เสริมพัฒนาการทุกด้าน แล้วยังทำให้ น้องเจมีความสุขกะการใช้ชีวิตน้องเตรียมอีกด้วย ... เวลาผ่านไปไวเหมือนโกหกเลยจริงเชียว .... แป๊บ ๆ 2 อาทิตย์กว่า ๆ แล้ว ที่น้องเจไปเข้าแคมป์ ศุกร์นี้แล้วนะที่น้องเจจะเรียนเป็นวันสุดท้าย แล้วก็หยุดพักสมองอีกครั้งอีกหนึ่งอาทิตย์ ก่อนเปิดเทอมสองจริง ๆ ซึ่งช่วงวันหยุดที่เหลืออาทิตย์นึงนี้ ก็จะเป็นช่วงที่หมดเทศกาลกินเจด้วย กะว่าจะพาน้องเจไปอยู่รังสิตซักอาทิตย์ก่อนที่ต่างคนต่างจะกลับมา ทำหน้าที่ของตัวเอง น้องเจก็กลับไปเรียนตามปกติ เราก็เตรียมเป็น คุณแม่นักกิจกรรม คุณแม่ค้าขายชุดคลุมท้อง คุณแม่ค้าขายสุกี้เจ ... ตลอดช่วงปิดเทอมที่ผ่านมา เราได้สังเกตเห็นว่าน้องเจมีพัฒนาการดีขึ้น แล้วก็ขยันขันแข็ง ร้อนวิชาอยากเรียนอยากเขียนหนังสือใจจะขาด นั่งคัดตัวอักษรไทย อังกฤษ เลข อยู่เป็นชั่วโมง แล้วก็เป็นการหัดเขียน โดยที่เราไม่ต้องไปนั่งจับมือเขียนเลย ใจจริงของเรายังมองเหมือนกะ ที่ทางโรงเรียนว่ายังไม่สนับสนุนให้เด็กเขียนหนังสือในชั้นน้องเตรียม เพราะกลัวว่ากล้ามเนื้อมัดเล็กยังไม่แข็งแรงมาก แล้วมานั่งเขียน จะทำให้อีกหน่อยลายมือไม่สวย ... แต่ที่ยอมให้น้องเจขีด ๆ เขียน ๆ ก็มีเหตุผลอีกนั่นแหละ ... ก็เด็กอยากทำ และทำในสิ่งที่ไม่ผิดด้วย ก็เลยให้ทดลองทำ รวมถึงการอ่านหนังสือทั้งไทย อังกฤษ และจีนด้วย น้องเจอ่านหนังสือออกได้หลายคำ และพูดคุยเป็นภาษาอังกฤษมากขึ้น แต่สิ่งทีเราเล่นเพิ่มกันอยู่เป็นประจำก็คือ เอาบล็อคตัวอักษรอังกฤษ มานั่งต่อกันเป็นคำศัพท์ง่าย ๆ ให้น้องเจหัดใช้ทั้งมือ เรียนรู้ศัพท์ด้วย ซึ่งก็สนุกกันไปอีกแบบ และอีกกิจกรรมที่ขาดไม่ได้เลยก็คือ การระบายสีปูนปาสเตอร์ ก็ทำให้น้องเจละเลงสีอย่างสนุกสนาน และมีของฝากกลับมาให้บรรดาญาติผู้ใหญ่ได้ยิ้มแก้มปริกันด้วย ล่าสุดเมื่อเช้านี้ อาม่าได้เอาสมุดคัดตัวเลขน้องเจมานั่งดูแล้วยิ้ม ได้ยินชมว่าเก่งที่เขียนตามรอยปรุได้ครบตัวเลข .. แต่ที่ทำให้ปลื้มกว่า ก็คือสมุดเล่มนี้เค้าให้คัดถึงตั้ง 100 น้องเจเล่นคัดทุกตัวเลขเลย .. แต่คัดเลขละตัวนะ เราก็แอบเห็นว่ายังมีบางตัวที่ลากเส้นผิด คงไม่ใช่ปัญหาใหญ่อะไร ก็คงแก้ไขได้ เพราะสอนเขียนให้ดูอยู่แล้ว เกี่ยวกับเมืองโบราณ Ancient Siamวันนี้ตื่นเช้าก็เลยเอาเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ ของเมืองโบราณมาบอกกันค่ะ
เรื่องของเรื่องก็คือยังประทับใจมากมายหลังจากที่พาน้องเจไปเที่ยวมา เมืองโบราณ พิพิธภัณฑ์กลางแจ้งทางศิลปวัฒนธรรมระดับโลกของไทย ภาพสะท้องของวัฒนธรรมดั้เดิมอันหลากหลายบนผืนแผ่นดินไทย ด้วยการนำเสนอในรูปแบบที่เป็นจริงและวิจิตรตระการตา เส้นทางไปเมืองโบราณ *รถยนต์ส่วนตัว* ใช้เส้นทางด่วน ปลายทางที่สำโรง-สมุทรปราการ ถึงสามแยกสมุทรปราการ เลี้ยวซ้ายไปตามถนนสุขุมวิทสายเก่า (ทางไปบางปู) ประมาณ กม. 33 เมืองโบราณจะอยู่ทางซ้ายมือ *รถโดยสารสาธารณะ* ใช้รถโดยสารปรับอาการ สาย ปอ. 511 (สายใต้ใหม่-ปากน้ำ) ลงสุดทางแล้วต่อรถสองแถวสาย 36 ซึ่งจะวิ่งผ่านหน้าทางเข้า เปิดให้ชมทุกวัน เวลา 8.00 - 17.00 น. ติดต่อสอบถามรายละเอียดได้ที่ เมืองโบราณ 296/1 หมู่ 7 ถ.สุขุมวิท ต.บางปูใหม่ อ.เมือง สมุทรปราการ 10280 โทรศัพท์ 02-7091644 โทรสาร 02-3239253 สิ่งที่ควรปฏิบัติเมื่อไปเยี่ยมชมเมืองโบราณ - โปรดอย่าทำเสียงอื้ออึงทำลายความสงบภายใน - โปรดอย่าแตะต้องขีดเขียนบนสิ่งก่อสร้างในเมืองโบราณ - โปรดอย่าเด็ดดอกไม้ ใบไม้ - โปรดอย่าปีนไต่รูปปั้นและสถานที่ก่อสร้างต่าง ๆ - โปรดอย่าทิ้งสิ่งของสกปรก - โปรดจอดรถชิดขอบทาง - โปรดอย่าลงเล่นน้ำในบึง บ่อ คลอง และน้ำตก - โปรดอย่าจับ อย่าทำอันตรายสัตว์บกและสัตว์น้ำทุกชนิด - โปรดอย่านำอาวุธปืนและวัตถุระเบิดเข้าไปในเมืองโบราณ - ห้ามจุดประทัด ดอกไม้ไฟ หรือก่อกองไฟในเมืองโบราณเด็ดขาด - ห้ามนำสัตว์เลี้ยงทุกชนิดเข้าเมืองโบราณ - ห้ามหัดขับรถภายในเมืองโบราณ - ห้ามถ่ายภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหวใด ๆ ทุกชนิดที่มีวัตถุประสงค์ เพื่อการค้าและการพาณิชย์ เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของเมืองโบราณ ให้คำแนะนำตามสมควร หากผู้ใดละเมิดจะถูกเชิญออก และถ้าเกิดความเสียหาย ผู้ทำความเสียหายจะต้องรับผิดชอบ สำหรับท่านที่มาเป็นหมู่คณะ สถาบัน องค์กร หรือหน่วยงานที่สังกัดจะต้องรับผิดชอบการกระทำ ของบุคคลที่ร่วมมาในคณะ น้องเจ ... กะ Special Trip to เมืองโบราณนับว่าก่อนเปิดเรียนแคมป์น้องเจก็ได้เที่ยว ได้เล่นอย่างเต็มที่ และนี่ก็เป็นอีกหนึ่งสถานที่มะม๊าเลือกพาน้องเจไป ... "เมืองโบราณ" (เอาไว้จะเอาเรื่องเกี่ยวกับเมืองโบราณมาเขียนให้อ่านเป็นความรู้นะ) ณ ที่นี้น้องเจตื่นตาตื่นใจกับการไปเที่ยวในที่ที่รวมสถานที่ต่าง ๆ ทั่วไทย มาไว้ที่นี่ที่เดียว น้องเจอาจจะยังเด็กเกินไปที่จะเรียนรู้ประวัติศาสตร์ แต่มะม๊าว่าก็เป็นสิ่งที่ดีที่พาน้องเจไปในสิ่งที่น้องเจไม่เคยรู้ไม่เคยเห็น งานนี้น้องเจได้นั่งรถราง ได้ถ่ายรูปสถานที่ต่าง ๆ ได้ไปสวดมนต์ ต่อหน้าพระแม่กวนอิมกะมะม๊า แล้วก็ประกาศชัยชนะที่เขาพระวิหาร (เหมือนกะแนวร่วม พธม. ที่มาประกาศชัยชนะกันที่นี่ด้วย ตอนแรกมะม๊านึกว่าข่าวลือ หรือไม่ก็พวกเสื้อแดงคงพูดมั่ว แต่แล้วเมื่อเจ้าหน้าที่ได้ยินเราพูดเรื่องเขาพระวิหาร ก็กุลีกุจอเข้ามาอธิบาย และด้วยความคันปากของมะม๊า ก็เลยถามไปว่ามีคนมาประกาศชัยชนะมั๊ย เจ้าหน้าที่บอกว่ามี .. แต่ว่ามะม๊าคงไม่กล่าวถึงเค้าหรอก รอบแรกเรานั่งรถของเมืองโบราณทัวร์จนทั่วเลย ... จากนั้นมะม๊าตัดสินใจบอกปะป๊าว่าเราควรไปเอารถเราขับอีกรอบ เพราะเราจะได้เลือกสถานที่ลงไปถ่ายรูปได้ ไม่ต้องเหนื่อยรอต่อรถ ปะป๊าเห็นด้วย โดยปะป๊าไปเอารถ ส่วนมะม๊ากะน้องเจไปเอารูปถ่าย เป็นของที่ระลึกจากเมืองโบราณ ถึงแม้ว่าราคาอันละตั้ง 100.- คือราคา (ในสายตาเรา) มันไม่แพงเท่าไหร่ แต่ถ้าเทียบกะคุณภาพ มะม๊าว่าเค้าน่าจะขายแค่ 50.- มากกว่า แต่ก็ถือว่าไทยช่วยไทย อีกอย่างน้องเจก็อยากได้ รูปน้องเจเองก็น่ารักมากมาย ไม่ผิดหวัง วกกลับมาเรื่องเที่ยวนี้ก่อนดีกว่าเน๊อ พอได้รถแล้ว จุดแรกที่เราไปเลย ก็คือ "ตลาดน้ำดำเนินสะดวก" ที่เลือกตรงนี้เพราะว่า มะม๊าอยากให้น้องเจได้เห็นแม่ค้าพายเรือขายของ เดินไปตามสะพาน ให้อาหารปลา แล้วก็ได้ดูการใชัชีวิตความเป็นอยู่ของชาวบ้าน แล้ววันนึงปะป๊ามะม๊าจะพาน้องเจไปสัมผัสของจริงที่ "ราชบุรี" นะครับ จุดต่อไปที่มะม๊าแวะถ่ายรูปคือเหมือนเป็นส่วนของความเชื่อเพื่อสั่งสอน สิ่งที่ดี ๆ ให้แก่คนรุ่นหลัง มะม๊าเลือกถ่ายรูปวัดที่ด้านในเป็นที่ประดิษฐาน ของ "พระศรีอารย์" ซึ่งมีความเชื่อว่าจะเป็นพระพุทธเจ้าองค์ต่อไป และต่อไปนมัสการและสวดมนต์บทสรรเสริญพระแม่กวนอิมกะน้องเจ ที่ด้านหน้าขององค์พระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร (ปางทิเบต คล้ายที่ อยู่ตรง รพ. เทียนฟ้าเลย แต่ต่างกันตรงที่นี่ พระแม่ฯ ใบหน้าที่ดูออกแขก ๆ) และข้าง ๆ มะม๊าสังเกตว่ากำลังสร้างองค์ที่เป็นปางพันมือ เอาไว้คราวหน้า มะม๊าคาดว่าจะมาใหม่และจะต้องถ่ายรูปให้ได้ เพราะขนาดที่ยังไม่เสร็จ ยังดูสวยงามมากมายเลยล่ะ แล้วเราก็ขับรถไปตามทาง มะม๊าชี้และอธิบายสถานที่ต่าง ๆ ที่มะม๊าพอรู้ให้น้องเจได้ดูพร้อม ๆ กัน แล้วไปหยุดที่เรือยักษ์ที่จำลองมาจาก "วัดยานนาวา" มะม๊าขึ้นไปถ่ายรูป (อีกแล้ว) ตัวมะม๊าเหลือจิ๋วนิดเดียวเอง แล้วเราก็ผ่าน ไปอีกหลายสถานที่ จนมาถึง Highlight ของที่เมืองโบราณนี่ .... ก็คือ "เขาพระวิหาร" ซึ่งมะม๊ากะน้องเจเก็บภาพที่นี่เยอะมากมายเป็นพิเศษ น้องเจเองก็ไปลอดตามช่องประตูหน้าต่างสนุกไปเลย จนกระทั่ง ขาออกมะม๊าขอให้แวะปราสาทหินพิมาย ปราสาทหินพนมรุ้ง .... ซึ่งเป็นสถานที่ที่มะม๊าอยากจะไปสุด ๆ ... ปะป๊าสัญญาแล้วนะ ... ว่าจะพาเราสองคนไปเที่ยวสถานที่จริงให้ได้ มะม๊าจะเก็บรูปให้หนำเลย และท้ายสุด .. สุดท้าย ก่อนออกจากเมืองโบราณ ... มะม๊ากะน้องเจ ก็ได้ไปถ่ายรูปที่พระราชวังดุสิต และวัดพระศรีสรรเพ็ชร ด้วย เรียกว่า Trip นี้วันเดียว ... เที่ยวทั่วไทย เหนือ จรด ใต้ เลย น้องเจเพลียหลับไปจนกลับถึงบ้านเลย ... ศิ ล (เ) ป (อ) ะ -- ฝี มื อ น้ อ ง เ จหลังจากเมื่อพุธที่แล้ว 30/9/52 ปะป๊าไป admit ที่ รพ.วิภาวดี ตามที่คุณหมอนัดส่องกล้องเพราะกรดไหลย้อน และแน่นท้อง ผลสรุปก็คือปะป๊าก็เป็นกรดไหลย้อน แล้วก็ติดเชื้อแบคทีเรียที่กระเพาะ ซึ่งคุณหมอบอกว่าถ้าไม่รักษาเชื้อนี้ จะทำให้เป็นมะเร็งกระเพาะในอนาคต สุดท้ายหมอตัดตอนโดยให้ยาฆ่าเชื้อมาก่อนอย่างแรกประมาณอาทิตย์นึง แล้วค่อยมาต่อเรื่องกรดไหลย้อน ที่ย้อนหนักมาจนถึงคอ แล้วระคาย ทำให้เกิดอาการไอ (แล้วเข้าใจผิดคิดว่าเป็นหวัดไปเป็นอาทิตย์ซะงั้น) พอปะป๊าออกจาก รพ. -- น้องเจก็ชวนปะป๊าไปโยนบาสฯ ที่ฟิวเจอร์ฯ แต่ก็เป็นอะไรที่แปลกมากมายที่น้องเจขอปะป๊าระบายสีปูนปาสเตอร์ ทั้ง ๆ ที่ก่อนหน้านี้มะม๊าก็ชวนแล้วชวนอีก น้องเจไม่ยอม ..... มางานนี้ น้องเจขอปะป๊ามาฟิวเจอร์ฯ 2 วันติด ... ติด .... เลย ระบายปูนปาสเตอร์ไปตั้ง 5 อันแน่ะ ... มะม๊าก็เป็นอะไรที่พลาดไม่ได้อยู่แล้ว .. ก็หยิบกล้อง แชะ ! ซะเลย ดูรูปเลยจ้าา ... ว่าผลงานน้องเจ .. เป็นจ๊ะได๋บ้าง ... (ตุ๊กตาที่น้องเจระบายสีแล้ว ... เอาไปแจกเรียบร้อย ดูเลยใครได้มั่ง) รับสมุดพก น้องเตรียมฯ เทอม 1 - 30/08/2552หลังจากที่ปิดเทอมไปแล้วอาทิตย์นึง น้องเจก็ป่วนอยู่ที่บ้านมากมาย
วันนี้ 30/08/2552 เป็นวันที่โรงเรียนนัดให้มะม๊าไปรับสมุดพก ตอนแรกนึกว่าจะโดนคุณครู 3 คนรุมมะม๊าคนเดียวแล้วนะเนี่ย ก็ยังดีที่ว่าปะป๊าไปเอาสมุดพกด้วยกันได้ บรรยากาศเป็นกันเองดี น้องเจเป็นคิวที่สองต่อจากน้องต้นข้าว ซึ่งนับว่าเร็วกว่าเวลานัดครึ่งชั่วโมง ตลอดทั้งเทอม น้องเจหยุดไปตั้ง 25 วัน อาการป่วยล้วน ๆ เลย ผลงานของน้องเจที่คุณครูเย็บเล่มให้ก็เลยดูไม่มากเท่าเพื่อนคนอื่น ๆ มะม๊าได้ดูรูปถ่ายกิจกรรมของน้องเจและเพื่อน ๆ ด้วย มะม๊าว่าก็ดูน้องเจกะตือรือล้นดีที่เข้าร่วมกิจกรรมที่คุณครูให้ทำ คุณครูแคลร์บอกว่าเวลาฟังนิทาน น้องเจจะนั่งตรงกลางเลย เหมือนจะเลือกที่นั่งให้เห็นหนังสือและตั้งใจฟังครูสุด ๆ เวลาเรียนภาษาอังกฤษกับ Teacher David ก็ตั้งใจและมีส่วนร่วม ชอบร้องเพลง นับเลขภาษาจีนกลาง แล้วก็นับเลขถอยหลัง คุณครูบอกว่าน้องเจนับเลขถอยหลังทั้งไทยและอังกฤษได้อยู่คนเดียว สามารถบอกตัวเลขหรือตัวอักษรได้แบบไม่ต้องเรียงตามตัว ผลการประเมินทางกายภาพที่อยู่ในระดับปานกลางก็มีอยู่ไม่กี่เรื่อง จะเป็น "เรื่องของการใส่เสื้อผ้า ถุงเท้า รองเท้าด้วยตัวเอง" ซึ่งคงเป็นปัญหากะเด็ก ๆ ทุกคน (แต่เวลาอยู่บ้านทำไมน้องเจทำได้ดีหว่า) อีกสองเรื่องที่มะม๊าคิดว่าต้องจับน้องเจปรับตัว ก็คือ "เรื่องการแบ่งปัน" และ "เรื่องการพูดจา" คุณครูบอกว่าเวลาเล่นของเล่น ยังออกอาการหวงของอยู่บ้าง (แต่ของกินไม่หวง) อีกเรื่องคือการพูด "สวัสดี ขอบคุณ ขอโทษ" ไม่ใช่น้องเจพูดไม่เป็น ครูบอกว่าคุณครูยังต้องทวงบ้าง เวลาทำผิดให้ขอโทษ ทำนองนั้น ทางกลับกันคือ น้องเจเป็นเด็กที่พูดฉะฉานและพูดเพราะ ทั้งสามเรื่องนี้ ... ครูประเมินให้อยู่ระดับ "ปานกลาง" ส่วนเรื่องอื่น ๆ ก็อยู่ในระดับ "ดี" ผลการประเมินด้านสติปัญญา อยู่ในระดับ "ดี" เกือบทุกกิจกรรม ยกเว้น "การพูดหน้าชั้น" และ "การเต้น การแสดงออก" ครูบอกว่าการพูดหน้าชั้นยังเล่าเป็นเรื่อง ๆ ไม่ได้ แต่จะออกมาในลักษณะ พูดเป็นคำ คือครูถามก็จะตอบ ไม่ค่อยยอมเล่าอะไรซักเท่าไหร่ และเวลามีกิจกรรมให้เต้นเข้าจังหวะเพลง ก็ยังมีเขินอายอยู่ แล้วก็อีกกิจกรรมนึงที่ครูบอกให้ทำแล้วเหมือนน้องเจเค้าเล่น ๆ ครูก็เลยประเมินให้อยู่ในระดับ "ปานกลาง" คือ ... "การยืนขาเดียว 3 วินาที" ก็น้องเจมัวแต่เล่น ครูจับเวลาไว้ก็ได้เท่าที่ได้ ทั้ง ๆ ที่อยู่ที่บ้านก็ทำท่านี้ให้ดูอยู่บ่อย ๆ ... ผลการประเมินโดยรวมของทั้งเทอม มะม๊าก็ค่อนข้างภูมิใจ ที่ส่งน้องเจไปเรียนแล้ว ผลออกมาเป็นที่น่าพอใจ ถึงแม้ว่าบางอย่าง มะม๊าอาจจะต้องเคี่ยวเข็ญน้องเจเพิ่ม (ทั้งที่ไม่ใช่ปัญหาใหญ่) เพื่อน ๆ คนอื่นอาจจะมีปัญหามากกว่า .. แต่เพื่อความไม่ประมาทและ เป็นการวางพื้นความรู้ให้น้องเจ .. มันก็คือหน้าที่ของมะม๊า (อีกนั่นแหละ) ที่จะทำให้น้องเจประสบความสำเร็จตรงนี้ได้ ... แต่น้องเจก็ต้องให้ความร่วมมือเวลาที่มะม๊าสอน เตือน หรือให้ทำด้วย ถ้าไม่ช่วยเหลือตัวเอง แล้วใครจะช่วยได้ใช่ป่าวครับ .... บล็อคหน้า ... มะม๊าจะรวบรวมผลงานประดิษฐ์ ผลงานการใช้กล้ามเนื้อมือ และรูปกิจกรรมที่ทางโรงเรียนถ่ายไว้มาให้ดูนะคร๊าบบ ที่ขาดไม่ได้อีกอย่างก็คือ "สมุดพก" มะม๊าจะเอามาลงไว้ให้ดูด้วย .. ของขวัญวันแม่ : น้องเตรียมฯ Watermelon 12/08/2552
สุดท้ายแล้ว น้องเจ (กะคุณครู) ก็ไม่ได้ทำให้มะม๊าผิดหวัง หัวใจรูปน้องเจกะมะม๊า ปะรูปมือน้อย ๆ ของน้องเจกะ เสียดาย "น้องพัตเตอร์" จังเลย !บล็อกนี้อยากจะเล่าถึงเด็กผู้ชายคนนึงน่ารัก ฉลาด เป็นเพื่อนน้องเจ เป็นเด็กที่มะม๊าค่อนข้างประทับใจเมื่อตอนไปแคมป์น้องเจ เพราะว่า ... น้องเค้ากล้ามาก ... มาประกาศว่า "พี่น้องเอ้ยยยยย แล้วก็ท่อง กข.....ฮ แล้วต่อด้วย ABC....... Z" (อ้อ! ไม่ใช่ประทับใจที่น้องเค้าเป็นพันธมิตรตั้งแต่เด็กหรอกน๊า .. อีกอย่าง .. มะม๊าก็ไม่ใช่พวกเสื้อเหลืองด้วยอะจิ ... หุหุ) เด็กคนนี้ไม่ใช่ใครอื่นไกล "น้องพัตเตอร์" เพื่อนของน้องเจงัยครับ น้องพัตเตอร์อายุมากกว่าน้องเจแค่ 20 กว่าวัน และเป็นอีกคน ที่โดนปัดลงมาให้อยู่ชั้นน้องเตรียมฯ (เหมือนกับน้องเจ) เพราะว่าอายุไม่ถึงเกณฑ์ที่จะเข้าชั้นอนุบาล 1 แล้วก็เป็นคู่ซี้ คู่หูดูโอ้ กะน้องเจด้วยนะ เล่นไหนเล่นด้วย โดนทำโทษก็โดนด้วยกัน เรียนไหนเรียนด้วย (ตอบกันได้อยู่สองคน) จนคุณครูบอกว่าสองคนนี้น่าจะไปอยู่ชั้น อนุบาล 1 เพราะคนอื่นที่เรียนในห้องน้องเตรียมฯ สอนอะไรก็ยัง งง-งง มีแค่สองคนเท่านั้นแหละที่ตอบได้และรู้เรื่อง .... อยู่มาช่วงนึงที่ "ไข้หวัดใหญ่ 2009 ระบาดหนักที่ชลบุรี" ต้องยอมรับตามตรงเลยว่า ... มันมากซะจนน้องเจเอง ... ก็ติด แล้วเราก็กลับไปอยู่ที่รังสิตกันเป็นอาทิตย์ กักตัวไม่ไปไหนกันเลย น้องพัตเตอร์เอง ... ก็ไม่ได้ติดหวัดใหญ่ 2009 หรอก แต่ก็หยุดไปโรงเรียนอยู่บ่อยครั้ง (อาจจะไม่สบายอย่างอื่นด้วย) พอไข้หวัดใหญ่ สายพันธุ์ใหม่ ระบาด น้องพัตเตอร์ก็ยิ่งหยุดยาว ด้วยว่าคุณแม่ของน้องพัตเตอร์กลัวว่าน้องเค้าจะติดโรคนี้ เวลาผ่านไป จนกระทั่งน้องเจก็กลับมาเรียนแล้ว รัฐบาลเอง .. ก็ลดการเสนอข่าวเหลือแค่อาทิตย์ละวัน ก็คงทำให้คุณแม่ของน้องพัตเตอร์เองยิ่งอดห่วงไม่ได้ เพราะทุกวันก็ไม่ได้อยู่กะน้องพัตเตอร์ น้องพัตเตอร์อยู่กะย่ากะยาย แต่คุณพ่อคุณแม่ทำงานที่กรุงเทพฯ ... น้องเจก็ไม่เห็นเล่าเรื่องน้องพัตเตอร์ให้ฟังเหมือนเคย พอถามน้องเจ ... ก็ได้แต่บอกว่าพัตเตอร์ไม่มาโรงเรียนแล้ว ก็เลยฝากให้น้องเจไปถามครูว่าเมื่อไหร่พัตเตอร์จะมา .. จะได้แค่คำตอบว่า ... เดี๋ยวพัตเตอร์ก็มา (ก็นึกว่าไม่สบาย) แต่นี้จะหมดเทอมแล้วนะ ก็ยังไม่เห็นวี่แววว่าจะมาเลย วันนึงพอดีมะม๊าได้เจอครูแคลร์ ก็เลยสอบถาม จึงได้รู้ว่า ... คุณแม่ของน้องพัตเตอร์ได้ตัดสินใจให้น้องพัตเตอร์ดร็อป ... แบบไม่มีกำหนด หากจะมาเรียนที่นี่ก็จะแจ้งคุณครูอีกครั้ง ทำให้มะม๊าเสียดาย เพื่อนน่ารัก ฉลาด ๆ ของน้องเจคนนี้อย่างแรง มะม๊าคิดเอาเองว่า .. ก็คงไม่น่าจะใช่แค่เรื่องไข้หวัดที่ระบาดหรอก แต่อาจจะเป็นแนวการสอนที่อาจจะไม่่ใช่แนวที่น้องพัตเตอร์เป็น เพราะน้องพัตเตอร์มาในแนวเด็กวิชาการ ท่องได้หมดเลย ฉลาดเป็นกรดมากมาย น่ารักด้วย ... เวลามะม๊าไปรับน้องเจ มะม๊าอดไม่ได้ที่จะเข้าไปทักทาย ไปเล่น ไปกอดน้องพัตเตอร์ ซึ่งน้องพัตเตอร์ก็น่ารักที่มาเล่น มาทักทายมะม๊า อย่างน่ารักด้วย มะม๊าเล่าเรื่องนี้ให้น้องเจฟัง ... เพราะว่าอยากให้เก็บน้องพัตเตอร์เป็นความทรงจำที่ดีในชั้นน้องเตรียมฯ เผื่อว่าอนาคตได้มีโอกาสเจอกัน อาจจะได้เล่าเรื่องพวกนี้ ให้น้องพัตเตอร์ได้ฟังด้วย ... รู้มั๊ยคร๊าบบบ .. น้องเจ! |
|
|